เมื่อเวลา 00.30 น.วันที่ 23 กรกฎาคม ที่สน.โชคชัย พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผกก.สน.โชคชัย พ.ต.ท.สิทธิศักดิ์ นาคามาตย์ รอง ผกก.สส.สน.โชคชัย พ.ต.ท.บุญฤทธิ์ เสียงใส รรท.สว.สส.สน.โชคชัย พ.ต.ต.กอบศักดิ์ โพธิ์วารี สว.สส.สน.โชคชัย พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.โชคชัย ร่วมกันจับกุมตัวนายอดิศร หรือไอซ์ สุวรรณศรี อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 105/381 ซอยร่มเกล้า 29 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กทม. นายศุภชัย หรือบอล เพียรธัญญะ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 84 หมู่ 4 ต.เกาะโพธิ์ อ.เมืองอุทัยธานี จ.อุทัยธานี นายศรราม หรือเล็ก แพงคำสอน อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 108/33 ซ.เคหะร่มเกล้า 15 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร และนายณัฐชัย หรือณัฐ ธรรมโชติ อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 338/224 ซ.ร่มเกล้า 16 แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร ผู้ต้องหาลักรถจักรยานยนต์ พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ โครง-ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ โทรศัพท์มือถือ

พ.ต.อ.สุพล กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับแจ้งข้อมูลจากผู้เสียหายว่า รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นโซนิค สีเหลือง ทะเบียน ฬอย618 กรุงเทพมหานคร ได้หายไปจากบริเวณลานจอดรถศรีลาภัสอพาร์ทเม้นท์ เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ที่ผ่านมา และได้มีการแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ สน.โชคชัย ต่อมาในวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมานี้ ผู้เสียหายได้พบว่า มีการประกาศขายรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นโซนิค ที่มีตำหนิรูปพรรณรถตรงกันกับรถที่ถูกขโมยเอาไปทางเฟซบุ๊ก จึงได้ติดต่อขอซื้อรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวพร้อมทั้งได้นัดหมายซื้อขายกันที่บริเวณปากซอยร่มเกล้า 16 ถนนร่มเกล้า แขวงและเขตมีนบุรี กทม. เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับทราบข้อมูล จึงทำการวางแผนและเดินทางไปตรวจสอบยังสถานที่นัดหมายพร้อมกับผู้เสียหาย เมื่อไปถึงบริเวณปากซอยที่นัดหมาย พบรถจักรยานยนต์ซึ่งผู้เสียหายเห็นแล้วยืนยันว่า เป็นรถจักรยานยนต์ของตนเองที่ถูกขโมยเอามา กระทั่งเวลาประมาณ 16.30 น. วันเดียวกัน พบ นายศรราม และนายณัฐชัย ได้พากันเดินมาที่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการตรวจสอบ แต่ผลการตรวจสอบพบว่า รถจักรยานยนต์คันดังกล่าว มีข้อมูลเลขเครื่องและเลขตัวถังที่ไม่ตรงกัน
พ.ต.อ.สุพล กล่าวต่อว่า เมื่อทำการสอบถามนายศรรามและนายณัฐชัยได้ให้การยอมรับว่า พวกตนเองได้ร่วมกันถอดเอาเครื่องยนต์ของรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว เก็บไว้บริเวณข้างบ้านเลขที่ 104/48 ซ.ร่มเกล้า 16 แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นบ้านพักของพวกตน แล้วเอาเครื่องยนต์ของรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นโซนิค ทะเบียน ษจต955 กรุงเทพมหานคร ของตนเองเข้าไปใส่แทนที่ จากนั้น นายศรรามและนายณัฐชัย ได้พาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปทำการตรวจยึดของกลางที่เหลือทั้งหมด ที่บริเวณข้างบ้านเลขที่ 104/48 จากนั้นทางตำรวจชุดสืบสวนได้ทำการขยายผลจนทราบของกลางที่พบได้มาจากนายอดิศร และนายศุภชัย เป็นผู้ลงมือก่อเหตุลักขโมยมา

สืบสวนจนทราบว่า นายอดิศรและนายศุภชัยมักจะมาหาแฟนสาวย่านชุมชนร่มเกล้าโซน 8 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กทม.อยู่บ่อยครั้ง ทางเจ้าหน้าที่จึงนำกำลังไปตรวจสอบ กระทั่งเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม เวลาประมาณ 17.00 น. นายอดิศรและนายศุภชัย ได้ขับรถจักรยานยนต์เข้ามาบริเวณดังกล่าว ซึ่งมีรูปพรรณตรงตามที่ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ให้การไว้ ทางตำรวจจึงแสดงตัว ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางมาสอบสวนที่ สน.โชคชัย
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนหน้านี้นายอดิศรเคยถูกต้องโทษคดีลักทรัพย์แล้วออกมาจากเรือนจำนานมาแล้ว และได้รู้จักกับนายศุภชัยที่ต้องโทษคดีลักษณะดังกล่าวเช่นกัน แล้วเพิ่งออกมาจากเรือนจำได้เพียงเดือนเศษ จากนั้นมาตั้งก๊วนกับเพื่อนอีก 2 คน ออกตระเวนยามค่ำคืน ก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์ตามห้องเช่า อพาร์ตเมนต์ รวมทั้งสิ้นกว่า 6 ครั้ง จากนั้นจะนำรถที่ได้มาฝากให้นายณัฐชัยและนายศรราม ที่ทำหน้าที่ชำแหละรถ แล้วนำไปโพสต์เฟซบุ๊กเพื่อขายต่ออีกทอด แต่ละครั้งราคาจะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับสภาพสินค้า สูงสุดราคาประมาณ 6,000 บาท ก่อนนำเงินที่ได้มาแบ่งกัน และนำไปใช้เที่ยวเตร่ตามสถานบันเทิง ส่วนผู้ต้องอีก 2 รายที่เคยร่วมกันก่อเหตุนั้น เพิ่งถูกตำรวจ สน.จรเข้น้อย จับกุมไว้ได้ก่อนหน้านี้
“อย่างไรก็ตามทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อต่อคำให้การต้องทำการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อทำการขยายผลการจับกุม หากผู้เสียหายรายใดถูกคนร้ายกลุ่มนี้สามารถเดินทางเข้าชี้ตัวอายัดคดีได้ที่สน.โชคชัย ได้ทันที เบื้องต้นแจ้งข้อหานายอดิศรและนายศุภชัย “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป” ส่วนนายณัฐชัยและนายศรราม แจ้งข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนหรือร่วมกันรับของโจร” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป” พ.ต.อ.สุพล กล่าว

