เมื่อวันที่ 24 กรกฏาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้มีผู้ใช้ชื่อ “ธนาชัย เกตุโรจน์” แชร์ภาพและเขียนข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยมีข้อความระบุ “ผู้การตำรวจคอน..อย่าทำมึน ประชาชนขอทราบผลคดีที่ประชาชนได้มีการร้องเรียนเรื่องการบุกรุกป่า ในเขตอำเภอนบพิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อ 19 พฤษภาคม 2559 เป็นเหตุให้นายพีระศักดิ์ ผู้ว่าฯคอน มีคำสั่งให้นายอำเภอนบพิตำและเจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้าไปตรวจสอบสถานที่ ผล..พบการบุกรุกป่าสงวนจริง แต่จนถึงวันนี้ เวลาผ่านมา 2 เดือน กับ 3 วัน ผู้กำกับการสถานีตำรวจนบพิตำได้ดำเนินการอย่างไรบ้าง ทำไมเรื่องนี้เงียบสนิท ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราชได้รับรายงานจากลูกน้องบ้างหรือไม่ ถึงหูนายกประยุทธ์ฯ เรื่องยุ่งนะครับ” ทั้งนี้มีผู้ให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก พร้อมโพสต์ข้อความต่อท้ายชี้แนะ เปรียบเทียบการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาเป็นตัวอย่างกันเป็นจำนวนมาก
ผู้สื่อข่าวรายงาน ก่อนหน้านี้ นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้สั่งการให้นายเอนกพันธ์ เพชรพลอย นายอำเภอนบพิตำ เข้าดำเนินการตรวจสอบ เบื้องต้นมีการรายงานว่ามีการบุกรุกพื้นที่เพื่อใช้ทำการเกษตรในท้องที่ หมู่ 11 บ้านหวายช่อ ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ จริง จำนวน 2 แปลง ขณะทำการตรวจสอบไม่พบผู้กระทำผิดอยู่ในที่เกิดเหตุ จึงได้ประสานหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าทำการตรวจสอบค่าพิกัดว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติหรือไม่ จนกระทั่งล่วงเวลาได้ผ่านมา 2 เดือนเศษ ผลการตรวจสอบและการดำเนินการกับพื้นที่ยังไม่ปรากฏให้เห็น ขณะที่ผู้บุกรุกพร้อมเครื่องมือยังเข้าไปถากถางพื้นที่เพื่อปลูกพืชผลทางอาสิน
ขณะที่นายสุรชัย วรชาญชัย กรรมการและผู้ประสานงานคณะกรรมการเพื่อดำเนินการรับรองสิทธิที่ทำกิน ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ กล่าวว่า ตนทราบตั้งแต่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว แต่ยังไม่ทราบผลที่ชัดเจนว่าเป็นการบุกรุกพื้นที่ตำบลกรุงชิงหรือไม่ ซึ่งทางคณะกรรมการจะต้องตรวจสอบว่าพื้นที่ดังกล่าวได้ลงทะเบียนไว้กับ ครก.หรือไม่ ขณะนี้ได้มีผู้ลงทะเบียนไว้ จำนวน 50,000 ไร่ ทุกคนได้ลงสัตยาบันร่วมกันจะไม่บุกรุกพื้นที่เพิ่มเติมจากนี้ และพื้นที่ทุกแปลงจะมีผลอาสินและมีการทำประโยชน์ในที่ดินทุกแปลง และหากใครจะเปลี่ยนอาชีพจากที่เคยลงทะเบียนไว้ก็ต้องมาแจ้งให้ ครก.รับทราบ การตกลงร่วมกันในครั้งนี้ชาวบ้านในพื้นที่เข้าใจกันทุกคน แต่หากมีการบุกรุกกันอีก ทาง ครก.จะไม่ยุ่งเกี่ยว ถือเป็นเรื่องของการผิดข้อตกลง ทุกคนเข้าใจกัน พร้อมลงนามเป็นเอกสารไว้อย่างชัดเจน
“สำหรับแปลงที่เกิดปัญหานี้เข้าใจว่าอาจจะอยู่ในพื้นที่ของป่าสงวนฯ ซึ่งต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบก่อน อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการเพื่อดำเนินการรับรองสิทธิที่ทำกินตำบลกรุงชิง (ครก.) ได้ลงพื้นที่ทั้ง 11 หมู่ ในการประชุมชี้แจงกิจกรรมการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ เพื่อให้ชาวบ้านได้รับทราบและร่วมกันรักษาป่าไม้ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้นำเอกสารฉบับสมบูรณ์เสนอต่อ กอ.รมน.จังหวัดเพื่อแก้ไขปัญหาในที่ดินทำกินต่อไป”
ผู้สื่อข่าวรายงาน สำหรับที่ดินพื้นที่ ต.กรุงชิง และ ต.นบพิตำ ราษฎรส่วนใหญ่ได้อ้างใช้สิทธิ สค.1 หรือเป็นที่จับจองในที่ทำกิน รวมทั้งที่อยู่อาศัย ขณะเดียวกันได้มีนายทุนเข้ามากว้านซื้อที่ไว้เพื่อจับจองการทำธุรกิจ รวมทั้งมีเหมืองแร่ขนาดใหญ่ 2-3 เหมือง จนกระทั่งนำไปสู่ความขัดแย้งในพื้นที่อย่างรุนแรง เบื้องต้นทางราชการได้เข้าทำการตรวจสอบพบว่าที่ดินทั้งหมดมีราษฎรบุกรุกไม่ต่ำกว่า 80% ของพื้นที่ และพื้นที่บุกรุกส่วนใหญ่เป็นที่ป่าสงวนแห่งชาติ จึงเป็นปัญหาใหญ่ของจังหวัดนครศรีธรรมราชที่จะต้องเร่งดำเนินการแก้ปัญหา ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการดำเนินการรวบรวมเอกสารหลักฐาน

