‘ศานิตย์’แจงม.44 แก้เด็กตีกันที่เทคโนฯมีนบุรีโปลีเทคนิค

24.07.16 | 14:33 น.

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 24 กรกฎาคม ที่วิทยาลัยเทคโนโลยีมีนบุรีโปลีเทคนิค แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชัยพร พานิชอัตรา ผบก.น.3 พ.ต.อ.กัญชล อินทราราม รอง ผบก.น.3 พ.ต.อ.ถนัด นักธรรม ผกก.สน.มีนบุรี พ.ต.ท.นันทภูมิ เรืองรุ่ง รอง ผกก.ป. สน.มีนบุรี ดร.ชาญเวช บุญประเดิม รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวะศึกษา และนายปรวี ศรีสง่า ผอ.วิทยาลัยเทคโนโลยีมีนบุรีโปลีเทคนิค ร่วมกิจกรรมพบปะนักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง เพื่อชี้แจงแนวทางแก้ปัญหาการทะเลาะวิวาทในกลุ่มนักเรียนและนักศึกษา โดยมีนักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครองจำนวนกว่า 300 คนเข้าร่วม

พล.ต.ต.ชัยพรกล่าวว่า สำหรับวัตถุประสงค์ของกิจกรรมดังกล่าวก็เพื่อต้องการสร้างความเข้าใจให้กับกลุ่มนักศึกษานักเรียนและผู้ปกครอง ดังกรณีตัวอย่างของ สน.บึงกุ่ม ที่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ปกครองให้ร่วมรับผิดชอบในการดูแลบุตรของตนเอง และศาลได้มีการพิพากษาให้ได้รับโทษทางอาญา และทำความเข้าใจเกี่ยวกับคำสั่ง คสช. ที่ 30/2559 เรื่องมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาทะเลาะวิวาทของนักเรียนและนักศึกษา โดยอาศัยอำนาจในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ.2547 โดยทาง บก.น.3 ได้เริ่มดำเนินการที่สถาบันแห่งนี้เป็นที่แรก และจะสานต่อดำเนินการอย่างต่อเนื่องตามสถาบันต่างๆ ต่อไป

พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวว่า ปัญหานักเรียนนักเลงเป็นปัญหาที่ทางเราได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ไม่อยากให้นักเรียนเหล่านี้มาใช้กำลังทำร้ายกัน ซึ่งจะทำให้เสียอนาคต อยากให้โตขึ้นเป็นบุคลากรแรงงานที่มีคุณภาพ เราจึงต้องเชิญผู้ปกครองมาพบปะพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจและรับทราบถึงบทลงโทษจากคำสั่ง คสช. ที่ 30/2559 และชี้แนะแนวทางการแก้ไขปัญหานักเรียนตีกันที่ต้นเหตุ เพราะตอนนี้การที่ใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าสังเกตการณ์และตรวจค้นอาวุธตามจุดต่างๆ นั้น เป็นการแก้ที่ปลายเหตุ ต้นเหตุที่แท้จริงคือเราต้องแก้ที่ใจ ลบล้างความเชื่อผิดๆ หรือมรดกบาปของรุ่นพี่ที่ปลูกฝังให้กับรุ่นน้องไล่ตี ไล่ฟันกับนักเรียนต่างสถาบัน ถึงแม้ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นยังไงก็ตาม แต่เราก็จะไม่ยอมแพ้จะทำทุกวิถีทางให้ปัญหานี้หมดไปในที่สุด

พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ประกาศ คสช.ที่ 30 ข้อ 2 วรรค 2 ระบุไว้ชัดเจนว่าหากพบนักเรียนนักศึกษาเหล่านี้รวมกลุ่มเตรียมก่อเหตุจะสามารถใช้ประกาศ คสช. ฉบับนี้ดำเนินคดีได้ทันที โดยหัวโจกที่โทษปรับ 2 หมื่นบาท ส่วนคนอื่นๆ จะดูตามความเหมาะสม ไม่ได้เป็นการนำกฎหมายมาขู่แต่กฎหมายมีไว้ใช้คุ้มครองคนดี ในส่วนของรุ่นพี่ที่จบไปแล้วแต่ยังคงพากลุ่มรุ่นน้องไปก่อเหตุ ก็จะถือว่ามีความผิดตามประกาศคำสั่ง คสช. ที่ 30 ข้อ 3 ว่าด้วยการยุยงส่งเสริม อัตราโทษจำคุก 3 เดือน ปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท ทั้งนี้สำหรับนักเรียนที่ถูกจับกุมในส่วนหนึ่งจะมีการส่งไปเข้าค่ายทหารละลายพฤติกรรม ส่วนจะได้ผลหรือไม่ก็ไม่เป็นไร ก็ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย เราจะดำเนินการแบบนี้ไปเรื่อยๆ และจะไม่ยอมแพ้ จะดำเนินการเช่นนี้ในทุกๆ ที่ แต่ก็จะไม่ใช้กฎหมายพร่ำเพรื่อเกินความจำเป็น