สลด ดช.ถูกต้นไม้เขตฯทับสมองพิการตลอดชีวิต ไร้หน่วยงานรับผิดชอบ พ่อหมดเงินรักษาเป็นล้าน

24.07.16 | 13:25 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนายธนาชัย เกตุโรจน์ ประธานชมรมทนายความช่วยเหลือประชาชนเมืองคอนว่า นายศุภกิจ นิลมล หรือซีน อายุ 16 ปี เป็นนักเรียนชั้น ม.4 หลักสูตร EP โรงเรียนศรีธรรมราชศึกษา บุตรของนายสมพิศ นิลมล อายุ 49 ปี และนางกรรณิการ์ นิลมล อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 30/7 หมู่ 5 ต.ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ถูกต้นไม้ริมถนนหักโค่นทับจนสมองได้รับความกระทบกระเทือนเป็นอัมพาตตลอดชีวิต เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. ของวันที่ 5 พฤษภาคม 2559


นายสมพิศ นิลมล ซึ่งเป็นบิดา กล่าวว่า วันที่เกิดเหตุ ลูกชายของตนพร้อมเพื่อนรวม 4 คน ขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านตามถนนชลประทาน-สะพานยาว ต.นาเคียน เขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ระหว่างทางเกิดลมพัดกรรโชกรุนแรง ทำให้ต้นไม้ขนาดใหญ่หักโค่นล้มขวางถนนทับรถจักรยานยนต์ทั้ง 2 คันพังเสียหายยับเยิน ทำให้ลูกชายและเพื่อนได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยเฉพาะลูกชายถูกต้นไม้ล้มทับเข้ากลางศีรษะถูกนำส่ง รพ.มหาราช และส่งต่อไปเข้ารับการรักษาที่ รพ.สงขลานครินทร์ (มอ.) นานกว่า 2 เดือน กลายเป็นอัมพาตพิการไปตลอดชีวิต

“หลังเกิดเหตุได้พยายามติดต่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง อบต.นาเคียน เทศบาลนครนครศรีธรรมราช ทั้งสองแห่งก็ปฏิเสธ อบต.นาเคียนอ้างว่า แม้จุดเกิดเหตุจะติดอยู่ในพื้นที่ ต.นาเคียน แต่เป็นพื้นที่ที่อยู่ในการบริหารจัดการดูแลของเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ขณะที่เทศบาลนครนครศรีธรรมราชก็อ้างว่าจะต้องตรวจสอบว่าพื้นที่เกิดเหตุอยู่ในเขตรับผิดชอบของ อบต.นาเคียน หรือของเทศบาลนครนครศรีธรรมราช เวลาผ่านมา ตนต้องเสียเงินเป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาลูกชายนับล้านบาท จึงตัดสินใจเดินทางเข้าร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรม อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช แต่ก็เงียบหาย ไม่ได้รับการติดต่อดูแลช่วยเหลือจากหน่วยงานราชการใด ๆ เจ้าหน้าที่บางคนพูดจาค่อยไม่ดี ทำให้ตนและครอบครัวรู้สึกน้อยใจ เสียใจเป็นอย่างมาก จึงเข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมและช่วยเหลือจากสื่อมวลชนและชมรมทนายความฯ ”

นายธนาชัย เกตุโรจน์ ประธานชมรมทนายความช่วยเหลือประชาชนเมืองคอน และกรรมการสภาทนายความจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ในกรณีนี้หน่วยงานของรัฐจะเป็น อบต., เทศบาล หรือกรมทางหลวง ซึ่งมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการดูแลรักษาและซ่อมบำรุงทางรวมถึงต้นไม้ที่ขึ้นในเขตทางที่รับผิดชอบและยังต้องป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอันที่จะเกิดขึ้นจากการใช้ทางที่รับผิดชอบด้วย จึงควรตรวจดูแลรักษาต้นไม้เหล่านั้นอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่มีพายุลมแรง อาจทำให้กิ่งไม้หักหรือต้นไม้โค่นล้มลงบนทางที่รับผิดชอบเป็นอันตรายต่อผู้สัญจรไปมาได้ เมื่อต้นไม้ที่หักโค่นล้มทับรถจักรยานยนต์ของชาวบ้านเสียหายหรือชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ หน่วยงานรัฐนั้นจะต้องถูกดำเนินการทั้งทางอาญาและเเพ่ง

Advertisement