เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ออกประกาศข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจรในเขตกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการห้ามรถบางชนิดและล้อเลื่อนลากเข็น เดินบนสะพานข้ามทางร่วมทางแยก สะพานยกระดับ สะพานข้ามแม่น้ำ และในอุโมงค์ลอดทางร่วมทางแยก พ.ศ.2559 โดยห้ามรถจักรยานยนต์ รถจักรยาน รถยนต์สามล้อ และล้อเลื่อนลากเข็นทุกชนิด เดินบนสะพานข้ามทางร่วมทางแยก สะพานยกระดับ และสะพานข้ามแม่น้ำ 39 สะพาน และห้ามลอดอุโมงค์ทางร่วมทางแยก 5 แห่ง โดยข้อบังคับนี้มิให้ใช้บังคับแก่รถเจ้าพนักงานตำรวจขณะปฏิบัติหน้าที่ มีผลตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม 2559 ว่า หลังจากเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาออกประกาศดังกล่าวแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะต้องดำเนินการตามไปก่อน พร้อมศึกษาและวิจัยผลดีผลเสียต่าง ๆ ควบคู่กันไป หากทราบผลกระทบว่าเป็นอย่างไรก็จะนำผลเสนอเพื่อแก้ไขทางวิศวกรรมจราจร เพื่อให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนน้อยที่สุด
“ขอเรียนไปยังพี่น้องประชาชนว่าการออกประกาศข้อบังคับเจ้าพนักงานดังกล่าวเนื่องจากเพื่อเป็นการป้องกันอุบัติเหตุของจักรยานยนต์บนสะพาน เนื่องจากที่ผ่านมาเกิดอุบัติเหตุบ่อยมาก เนื่องจากสะพานบางแห่งมีความสูงมากและมีลมแรงเมื่อจักรยานยนต์ขึ้นไปอาจทำให้เสียหลักล้ม และอาจถูกรถยนต์ที่ขับมาทับได้ รถล้มก็ได้รับบาดเจ็บ ขณะที่รถยนต์ที่วิ่งตามมาชนก็ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งในอนาคตหากสะพานใดที่ได้รับการแก้ไขทางวิศวกรรมจราจรเรียบร้อยแล้ว และมีความปลอดภัยสำหรับรถมอเตอร์ไซค์ เช่นติดตั้งแผงกั้นที่มีความปลอดภัยบนสะพานก็อาจมีการเปิดให้ขึ้นได้ในอนาคต เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าใจดีถึงความเดือดร้อนของผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ แต่ทั้งหมดที่ทำเพราะความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนทั้งหมดทั้งรถมอเตอร์ไซค์และรถยนต์ ระหว่างนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องดำเนินการตามประกาศดังกล่าวไปก่อน หากพบผู้กระทำผิดก็จะเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งหลังจากที่มีการประกาศใช้ก็พบว่ามีผู้กระทำผิดลดน้อยลง เนื่องจากมีการทำความเข้าใจกับผู้ขับขี่โดยเฉพาะวินจักรยานยนต์มาอย่างต่อเนื่อง” รองโฆษกตร.กล่าว
ส่วนกรณีการแชร์ภาพ ตำรวจทางหลวงชลบุรี รับส่วยในโลกออนไลน์ พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ กล่าวว่า ล่าสุด พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) สั่งการให้พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สั่งการไปยังพล.ต.ต.สมชาย เกาสำราญ ผู้บังคับการตำรวจทางหลวงในฐานะหน่วยต้นสังกัด สั่งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว หากพบความผิดให้ดำเนินการอย่างเต็มที่โดยไม่ละเว้น ซึ่งเรื่องดังกล่าวทั้งคนให้สินบน และคนรับสินบน ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายทั้งคู่ก็ต้องสอบสวนดำเนินคดีตามกระบวนการ

