รวบ 2 สาวใหญ่ตุ๋นเหยื่อกว่า 100 ผ่านเฟซบุ๊ก ไลน์ โกงเงินลงทุน เสียหายกว่า 20 ล้าน

25.07.16 | 13:49 น.

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 25 กรกฎาคม ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รองผบช.ก.รรท.ผบก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.อนรรฆ ประสงค์สุข พ.ต.ท.บุญลือ ผดุงถิ่น พ.ต.ท.พัฒนพงศ์ ศรีพิณเพราะ รองผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.มนต์ชัย วงษ์ชาตรี สว.กก.2 บก.ป. และเจ้าหน้าที่กก.2 บก.ป. ร่วมกันแถลงผลจับกุมน.ส.สุนันทา ศรไชน อายุ 40 ปี และน.ส.ทัดมาลี กาบัว อายุ 38 ปี ชาวจ.น่าน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1382-1383/2559 ลงวันที่ 15 กรกฎาคม 2559 ในฐานความผิดร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน โดยจับกุมได้บริเวณถนนหน้าหมู่บ้าน พนาสนธิ์ 9 ถ.ปทุมธานี-ลาดหลุมแก้ว ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี

พล.ต.ต.ชาญ กล่าวว่า สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายกว่า 100 คน เข้าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนกองปราบปรามว่าถูกคนร้ายชักชวนให้ร่วมลงทุนผ่านเฟซบุ๊กสุนันทา ศรไชย เพชรทองคำ และกลุ่มไลน์ ซึ่งมีสมาชิกกว่า 400 คน โดยชักชวนข้อความว่า”สนใจโครงการดีดีมีแต่ให้กำลัง ในเวลาเพียง 32 วัน รับกำไรมากถึง 40 เปอร์เซ็นต์ ของเงินลงทุน ที่ดีกว่าการลงทุนใดใด สนใจทักแชท ไอดี tudtu 4567 รับกัณยาณมิตรทุกท่านเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า ลงทุนเร็วรับกำไรเร็ว ลงทุนมากรับกำไรมาก” และลงทุนเพียง 46วันจะได้กำไรมากถึง 75 เปอร์เซ็นต์ของเงินลงทุน ซึ่งได้หลงเชื่อลงทุนไป แต่พอถึงกำหนดเวลานัดหมายปรากฏว่าไม่ได้รับเงินตามที่ตกลงไว้ และเมื่อติดต่อกลับไปก็บ่ายเบี่ยงรวมทั้งไม่สามารถติดต่อได้ มูลค่าเสียหายกว่า 20 ล้านบาท ทั้งนี้ ภายหลังจากรับเรื่องพนักงานสอบสวนกองปราบปรามได้รวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับ พร้อมกับสืบสวนพบว่าผู้ต้องหาทั้งสองมาหลบหนีอยู่ ที่บริเวณดังกล่าวจึงได้ทำการจับกุม

ก.6

ก.7

จากการสอบสวนน.ส.สุนันทารับสารภาพว่า ได้ศึกษารูปแบบการลงทุนดังกล่าวมาจากเพื่อนที่รู้จักกันในการระดมทุนเงิน ซึ่งที่ทำไปเพราะอยากช่วยเหลือคนและมีสมาชิกที่สนใจกว่า 400 คน ทำมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนพฤษภาคม ซึ่งตอนแรกตั้งใจว่าจะนำเงินที่ได้มาลงทุนซื้อ-ขายหุ้นและนำผลกำไรที่ได้ไปจ่ายให้กับผู้เสียหาย แต่ยังไม่ได้ลงทุนก็มาถูกจับก่อน

Advertisement

พ.ต.อ.อรุณ กล่าวว่า รูปแบบการหลอกลวงของขบวนการนี้ไม่ต่างจากแชร์ลูกโซ่ทั่วไปเป็นลักษณะเงินต่อเงิน พฤติกรรมของขบวนการนี้จะประกาศเชิญชวนเหยื่อจากเฟซบุ๊ก โดยอ้างว่าลงทุนและจะได้ผลตอบแทนจำนวนมาก และเมื่อมีผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินให้กับผู้ต้องหา ในช่วงแรกผู้ต้องหาก็จะโอนเงินให้เหยื่อตามปกติเพื่อให้เหยื่อเชื่อว่าลงทุนแล้วได้จริง ซึ่งหากเหยื่อเห็นว่าลงทุนแล้วได้จริงบางรายก็จะลงทุนเพิ่ม ทั้งนี้พอทำไประยะหนึ่งเงินหมุนไม่ทันทำให้ไม่สามารถเงินปันผลได้ ก็จะบ่ายเบี่ยงและหลบหนีไป จากการตรวจสอบพบว่ามีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 40 ล้านบาท และมีผู้ลงทุนสูงสุด 2 ล้านบาท ต่ำสุด 2 พันบาท อย่างไรก็ตามฝากประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนว่าให้ใช้สติอย่าหลงเชื่ออุบาย รวมทั้งหากจะลงทุนขอให้ศึกษารูปแบบการลงทุนให้ดีเสียก่อนจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพกลุ่มนี้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป