รวบเมียเจ้าของรร.กวดวิชา”เตรียมทหาร”อ้างฝากได้แลก 6.5 แสน- ตร.ตามจับสามีต่อ

25.07.16 | 14:24 น.

จากกรณีเมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมามีผู้เสียหาย 2 ราย ขอสงวนชื่อ-สกุล นำหลักฐานเอกสารการจ่ายเงิน จำนวน 650,000 บาท ให้กับนายทหารคนหนึ่ง เจ้าของโรงเรียนกวดวิชาสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร ย่านสายไหม เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สน.สายไหม หลังถูกหลอกว่าสามารถฝากบุตรชายเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนจ่าอากาศ เมื่อปี 2558 โดยผู้เสียหาย ระบุว่า ได้นำบุตรชายมาเข้าเรียนกวดวิชาแห่งหนึ่ง ในย่านสายไหม ช่วงปลายปี 2557 เป็นเวลา 20 วัน เสียค่าใช้จ่าย 19,000 บาท ซึ่งค้นหาข้อมูลมาจากเว็บไซต์ สถาบันนี้โฆษณาว่าผู้ที่เข้าเรียนจะสามารถเข้าศึกษาต่อได้ที่โรงเรียนเตรียมทหารในที่ต่าง ๆ และเปิดสอนมากว่า 15 ปีแล้ว ทำให้น่าเชื่อถือ จากนั้นเดือนมีนาคม 2558 ช่วงสอบเข้าโรงเรียนจ่าอากาศ เจ้าของสถาบันที่เป็นนายทหารอากาศ ยศนาวาอากาศโท และภรรยาได้มายื่นข้อเสนอว่าสามารถฝากเข้าศึกษาต่อได้ทันที โดยจะต้องจ่ายเงิน 650,000 บาท เพื่อเป็นค่าดำเนินการ พร้อมกับให้ทำสัญญาจ่ายเงินแบ่งเป็น 3 งวด โดยหากสอบไม่ติดจะคืนเงินให้ครึ่งหนึ่งของจำนวนที่จ่ายไป และก่อนจ่ายเงินงวดสุดท้าย ผู้เสียหายต้องการให้บุตรชายมีชื่อสอบติดก่อน แต่นายทหารคนดังกล่าวมาเร่งให้จ่ายเงินให้ครบจำนวน โดยให้เหตุผลว่าจะต้องนำเงินทั้งหมดไปให้นายที่เป็นผู้บังคับบัญชา ก่อนที่จะทราบผลแต่เมื่อประกาศผลสอบ เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2558 ปรากฏว่า ไม่มีชื่อของบุตรชาย จึงติดต่อขอคืนเงิน แต่นายทหารคนดังกล่าวกลับขอผัดผ่อน และอ้างว่าจะคืนเงินให้ แต่จนถึงปัจจุบันไม่สามารถติดต่อได้ และยังไม่ได้เงินคืน รวมทั้งสถาบันดังกล่าว ได้ปิดให้บริการไปแล้วหลังจากเกิดเหตุ

เมื่อวันที่่25 กรกฎาคม ตำรวจสภ.คูคต จ.ปทุมธานี ได้เข้าจับกุมตัวนางราชาวดี ฝ่ายบุตร ภรรยานายทหารคนดังกล่าว ได้ที่บ้านพัก ย่านคลอง 1 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานีก่อนส่งตัวมายัง สน.สายไหม ท้องที่ที่เกิดเหตโดยมีหนึ่งในผู้เสียหายเข้าให้ปากคำพนักงานสอบสวน เพิ่มเติม ซึ่งกล่าวว่า นับตั้งแต่ที่ เข้าแจ้งความ เมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา ก็ไม่ได้รับการติดต่อ จากผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ตนก็ได้นำเรื่องนี้ไปร้องกับทาง สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ต่อมา ทางกองทัพอากาศ ก็ได้เรียกตัวไปสอบปากคำเพื่อสอบถามข้อเท็จจริง ทราบว่าได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัย นายทหารคนดังกล่าวแล้ว กระทั่งมีจดหมายส่งมายังตน ยืนยันว่า พบการกระทำผิดวินัยจริง ขณะนี้ อยู่ระหว่างขั้นตอนการปลดจากการเป็นทหาร ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือน สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น ยอมรับว่าทำให้ครอบครัวได้รับความเดือดร้อน เพราะจำเป็นต้องไปกู้ยืมเงิน มาจ่ายเป็นค่าวิ่งเต้น เพื่อหวังจะให้ลูกชายได้เป็นทหารสมใจ แต่เมื่อไม่ได้ ก็ทำให้ต้องมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น สองทาง ทางหนึ่งเป็นค่าเล่าเรียนในระดับมหาวิทยาลัย อีกทางเป็นการจ่ายชดใช้หนี้ที่กู้ยืมมา ส่วนลูกชาย แม้ในใจ จะตั้งความหวังว่ายังอยากรับราชการทหารอยู่ แต่จากเรื่องที่เกิดขึ้น ก็ทำให้ยอมตัดใจ เพราะไม่อยากสร้างภาระให้กับครอบครัวอีก ส่วนเรื่องการแจ้งความดำเนินคดี คงต้องปรึกษากับทางตำรวจ ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

ด้านพ.ต.ท.ธนู สุขเสริม รองผกก.(สอบสวน) สน. สายไหม เปิดเผยว่า เบื้องต้นจะมีการแจ้งความ กับผู้ต้องหาในความผิดฐานฉ้อโกง และต้องสอบถามผู้ต้องหาว่าจะยอมชดใช้ค่าเสียหายหรือไม่ หากผู้ต้องหาปฏิเสธ ก็คงต้องนำเข้าสู่กระบวนการฟ้องร้องดำเนินคดีในชั้นศาล จากมีการส่งตัวผู้ต้องหาให้อัยการ ภายใน 30 วันนับจากนี้ ส่วนเงินที่เสียไปได้แนะนำให้ผู้เสียหาย ไปฟ้องร้องต่อศาลแพ่ง เพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย ส่วนนายทหารยศนาวาอากาศโท อยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป