วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 พ.อ.(พิเศษ)บัญญัติ อารีย์พงษ์ หัวหน้ากลุ่มงานยุทธศาสตร์ความมั่นคง เจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดอ่างทอง ร.ท.มานะ แสนทรี ผู้บังคับหมวดรักษาความสงบชุดที่ 1 พ.ต.อ.อริยพล สินสอน ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ต.อ.สุรพจน์ รอดบำรุง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรโพธิ์ทอง และนาย ลิขิต ทองนาท นายอำเภอโพธิ์ทอง สนธิกำลังร่วมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่ปกครอง เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 60 หมู่ที่ 1 ตำบลอ่างแก้ว อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง หลังสืบทราบมาว่าบ้านหลังดังกล่าวเลี้ยงสัตว์ป่าคุ้มครอง และครอบครอบซากสัตว์ป่าคุ้มครองอยู่เป็นจำนวนมาก
เมื่อไปถึงพบเป็นบ้านปลูกลักษณะเป็นห้องพักคล้ายรีสอร์ท จำนวนหลายหลัง ในพื้นที่ประมาณ 2 ไร่เศษ มีต้นไม้ขึ้นรกทึบ บริเวณรอบ ๆ ตัวบ้านมีกรงขังสัตว์ป่าคุ้มครองส่งเสียงร้องอยู่ทั่วภายในบ้าน เจ้าหน้าที่จึงได้เรียกผู้ที่อยู่ในบ้านให้ออกมาเปิดประตูแต่ไม่มีเสียงตอบรับ จึงได้ปีนกำแพงเข้าไปในบ้านพบผู้ดูแลบ้านจึงได้สั่งให้เปิดประตู ซึ่งเจ้าหน้าที่พบว่าสัตว์ป่าคุ้มครองบางส่วนกำลังถูกนำใส่กรงทยอยลำเลียง เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ออกไปทางหลังบ้านที่เป็นพื้นดินว่างเปล่าเพื่อรอขนย้าย เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวเอาไว้ได้ ทราบชื่อต่อมานายพรชัย แซ่เฮง อายุ 46 ปี และหญิงไม่ทราบชื่ออีก 2 คน รับเป็นผู้ดูแล โดยนายพรชัย กล่าวว่า บ้านหลังดังกล่าวมีนายศุภโชค เรือนสวัสดิ์ เป็นเจ้าของบ้าน มีอาชีพเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง โดยจะเดินทางกลับมาดูบ้านเป็นครั้งคราว ซึ่งขณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นนายศุภโชค ไม่อยู่บ้านแต่อย่างใด
จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบสัตว์ป่าคุ้มครอง ได้แก่ นกเหยี่ยว จำนวน 10 ตัว นกกระทาทุ่ง จำนวน 2 ตัว พญากระรอก จำนวน 6 ตัว นกฮูก จำนวน 3 ตัว อีเห็น จำนวน 3 ตัว เต่าดำ จำนวน 4 ตัว และซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ได้แก่ ซากเสือ 1 ผืน เขากวาง เก้ง หัวนกเงือก ซากสัตว์ที่ยังไม่ทราบชนิดอีกหลายรายการ และกล้วยไม้ป่าอีกจำนวนหนึ่ง พร้อมอาวุธปืนยาว 3 กระบอก ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ยึดของกลางทั้งหมดไว้เพื่อทำการตรวจสอบแหล่งที่มาและการขออนุญาติครอบครองว่าถูกกฎหมายหรือไม่
ด้านนายสามารถ มีดำเนิน ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดอ่างทอง กล่าวว่า เบื้องต้นสัตว์ป่าคุ้มครอง และซากสัตว์ป่าคุ้มครองที่ทางเจ้าหน้าที่สนธิกำลังเข้าตรวจค้น และได้ยึดไว้ตรวจสอบ พบว่ามีความผิดกฎหมายฐานครอบครองสัตว์ป่า และซากสัตว์ป่าสงวนและคุ้มครองโยไม่ได้รับอนุญาติ มีความผิดโทษปรับไม่เกิน 40,000 บาท และจำคุกไม่เกิน 4 ปี ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเรียกตัวผู้ครอบครองมารับทราบข้อกล่าวหา และส่งดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
สำหรับบ้านหลังดังกล่าวได้เคยถูกเจ้าหน้าที่บุกจับกุมมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อเพียงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา จนมาถูกเจ้าหน้าที่บุกจับกุมในครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2

