กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางโพงพาง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร ทำการปิดล้อมและสกัดจับเด็กแว้น กลุ่มวัยรุ่นแข่งจักรยานยนต์ รวม 63 คน มีอายุต่ำกว่า 20 ปี 45 คน และเกิน 20 ปี 18 คน บริเวณปากซอยเจริญราษฎร์ 7 ถนนรัชดาภิเษก แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กทม. เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 17 กรกฎาคม จากนั้นถูกส่งตัวไปอบรมกฎวินัยจราจรเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนน ตั้งแต่วันที่ 19-25 กรกฎาคม เป็นเวลา 7 วัน พร้อมเรียกผู้ปกครองของทั้งหมด มาวางเงินประกัน 20,000 บาท หรือยึดจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุเป็นเวลา 2 ปี
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 26 กรกฎาคม ที่ สน.บางโพงพาง บรรดาผู้ปกครองและเด็กแว้น วัยรุ่นที่ถูกปิดล้อมสกัดจับ เดินทางมาเข้าพบ พ.ต.อ.สมโภช สุวรรณจรัส ผกก.สน.บางโพงพาง พนักงานสอบสวน สน.บางโพงพาง และเจ้าหน้าที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อวางเงินประกัน 20,000 บาท โดยมีผู้ปกครองบางส่วนเกิดความไม่เข้าใจ เนื่องจากเดือดร้อนทางด้านการเงิน และบางส่วนต้องลางานมาหาเช้ากินค่ำพร้อมทั้งบุตรหลานที่ต้องลาเรียนมา
นางสายเพ็ญ เมืองโคตร อายุ 55 ปี อาชีพพนักงานร้านจิวเวลรี ย่านสาทร หนึ่งในผู้ปกครอง กล่าวว่า วันนี้เดินทางมาตามที่ตำรวจนัดพร้อมกับหลานชาย และนำเงินสด 20,000 บาท มาวางประกันและนำจักรยานยนต์กลับ โดยวันเกิดเหตุหลานชายผ่านทางไปเท่านั้น จักรยานยนต์ก็ไม่ได้แต่ง ซึ่งหลังถูกจับก็มีการไปอบรม 7 วัน ช่วงเวลา 10.00-16.00 น. ซึ่งต้องลาโรงเรียนไป หลานชายเล่าว่า มีตำรวจและทหารอบรมเกี่ยวกับจราจร จากนี้จะระวังตัวไม่ผ่านไปจุดที่มีการรวมตัวของเด็กแว้น ส่วนตัวตนคิดว่าการมีมาตรการแบบนี้เป็นเรื่องที่ดี เด็กแว้นจะได้ไม่ออกมาก่อความเดือดร้อน แต่ควรคัดกรองให้มากกว่านี้ ว่าแข่งจริงหรือแค่ผ่านทาง

พ.ต.อ.สมโภชเปิดเผยว่า หลังการอบรมเรื่องกฎวินัยจราจรแล้ว เรื่องจิตสำนึกความรับผิดชอบในการใช้รถใช้ถนนร่วมกับผู้อื่น เหล่าเด็กแว้นมีความตระหนักเข้าใจและไม่อยากให้พ่อแม่ผู้ปกครองเดือดร้อนอีก วันนี้มีการนัดผู้ปกครองมาวางเงินประกัน 20,000 บาท หรือหากไม่เงิน สามารถให้ข้าราชการตั้งแต่ระดับซีสาม หรือผู้มีหน้าที่ ฐานะอาชีพมาค้ำประกันรับผิดชอบ หากภายในระยะเวลา 2 ปี ไม่มีการกระทำผิดแบบเดิมจะได้รับเงินคืน เงินที่วางประกันจะนำส่งให้กระทรวงการคลังเก็บรักษาไว้ก่อน โดยมีผู้ปกครองบางส่วนวางเงินประกันตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ส่วนวันนี้ยังทยอยกันมาตลอด ซึ่งมีกำหนด 7 วัน หากไม่มาติดต่อจะดำเนินการผู้ปกครองจะมีความผิด นอกจากนี้ ยังให้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มาร่วมดำเนินการทำประวัติและสอบถามเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ส่วนอายุเกิน 18 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการเอง และหลังทำประวัติเจ้าหน้าที่ยังจะคอยสังเกตพฤติกรรมหลังจากที่วางเงินประกันแล้ว หากพบว่าทำอีกจะถูกดำเนินคดีทั้งผู้ปกครองและบุตรหลาน

