กองปราบ รวบ ‘พ.ต.’ ทหารนอกราชการ ไม่ไปศาลตามนัดคดีอุ้ม! รีดค่าไถ่ นักธุรกิจเกาหลี

2.07.20 | 16:57 น.

กองปราบ รวบ ‘พ.ต.’ ทหารนอกราชการ ไม่ไปศาล คดีอุ้ม! รีดค่าไถ่ นักธุรกิจเกาหลี

เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2563 ที่กองบังคับการปราบปราม  (บก.ป.) พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการปราบปราม (ผบก.ป.), พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ  ผกก.1 บก.ป., พ.ต.ท.อลงกต คชแก้ว รอง ผกก.1 บก.ป. สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ  กก.1 บก.ป.ร่วมกันจับกุม พ.ต.อาทิตย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 139/2554  ลงวันที่ 8  มีนาคม 2554 กระทำผิดฐาน “ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจฯ, ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นโดยใช้กำลังฯ, ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้เกิดอันตายแก่กายหรือจิตใจ, ลักทรัพย์กลางคืน, เอาไปซึ่งเอกสารผู้อื่นฯ” ที่คอนโดย่านเมืองทองธานี ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

ทั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2553 เวลาประมาณ 23.30 น. นายยูน ผู้เสียหายชาวเกาหลี ได้ถูกกลุ่มคนร้ายเป็นชายฉกรรจ์ อุ้มตัวขึ้นรถเก๋งจากบริเวณหน้าร้านอินเทอร์เน็ตแห่งหนึ่ง บริเวณแยกสุทธิสารตัดรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร ก่อนนำตัวไปกักขังที่บ้านร้างในซอยแจ้งวัฒนะ โดยระหว่างทางขณะที่อยู่บนรถ กลุ่มชายฉกรรจ์ ได้รุมทำร้ายร่างกายนายยูน นักธุรกิจชาวเกาหลีไปตลอดทาง  จากนั้นกลุ่มชายฉกรรจ์ได้เรียกเงินค่าไถ่ จำนวน 5 ล้านบาท เพื่อแลกกับการปล่อยตัว

นายยูน ผู้เสียหาย ให้คนร้ายไปเอาเงินที่ห้องพักย่านสุทธิสาร ระหว่างนั้นได้ฉวยโอกาสหลบหนีออกมาในช่วงเช้ามืดของวันที่ 3 มีนาคม 2553 และเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ตำรวจ สน.สุทธิสาร โดย นายยูน ชาวเกาหลี ผู้เสียหายให้การเบื้องต้นว่า  ได้มาติดต่อเรื่องทำธุรกิจสนามกอล์ฟ กับนายลี ไม่ทราบนามสกุล และนายคิม เพื่อนนักธุรกิจ แต่ถูก นายคิม กับพวก อุ้มขึ้นรถไปขังไว้ที่บ้านร้าง  ซึ่งนายคิม พยายามเค้นเรื่องเกี่ยวกับธุรกิจสนามกอล์ฟ และเค้นข้อมูลของนายลี ก่อนจะเสนอให้ไปเอาเงินค่าไถ่มาไถ่ตนเอง

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สุทธิสาร ได้ประสานกับทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กองกำกับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจนครบาล 2 (กก.สส.บก.น.2) สามารถจับกุมหนึ่งในคนร้ายได้ และสืบสวนขยายผลจนทราบตัวผู้ต้องหาอีก 4 ราย

Advertisement

กระทั่งวันที่ 7 มีนาคม 2553 เวลาประมาณ 13.00 น.  พ.ต.อาทิตย์ นายทหารนอกราชการ หนึ่งในผู้ต้องหาคดีดังกล่าว ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และได้ยื่นประกันตัวออกไป โดยให้การภาคเสธว่า ไม่เป็นความจริงที่ตนและพวกร่วมกันอุ้มนายยูนไปเรียกค่าไถ่  เพราะตนเป็นเพียงแค่คนที่นำพานายยูน กับนายคิม ไปพบเจรจาเรื่องธุรกิจกัน ไม่ได้มีเจตนาจะอุ้มนายยูนแต่อย่างใด

แต่ต่อมา  พ.ต.อาทิตย์ ได้หลบหนีไม่มาตามนัดพิจารณาคดีในชั้นศาล ศาลจึงได้ออกหมายจับศาลอาญา ที่ 139/2554 ลงวันที่ 8 มีนาคม 2554 ให้ติดตามจับกุมตัว พ.ต.อาทิตย์ ผู้ต้องหาดังกล่าว โดยผู้ต้องหาหลบหนีคดีมาเป็นระยะเวลากว่า 10 ปี

เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม (กก.1 บก.ป.) จึงได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า ผู้ต้องหาได้หลบหนีมาเช่าห้องพักรายวันที่คอนโดย่านเมืองทองธานี ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จึงได้วางแผนและเข้าจับกุมตัว พ.ต.อาทิตย์ ผู้ต้องหา พร้อมนำตัวส่งศาลต่อไป