วันที่ 26 กรกฎาคม 2559 เมื่อเวลา 13.30 น. นายสุชพงศ์ บุญเสริม ทนายความส่วนตัวของ นายสัตวแพทย์สมชัย วิเศษชัยมงคล อดีตนายสัตวแพทย์ประจำวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน หมู่ 5ต.สิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เข้าพบ พ.ต.อ.สมศักดิ์ สุวรรณฉิม ผกก. (สอบสวน กลุ่มงานสอบสวน) ภ.จว.กาญจนบุรี ที่ห้องสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี เพื่อให้ปากคำในฐานะพยานในคดีที่ นายสัตวแพทย์สมชัย ออกมาเปิดโปงว่าเสือโคร่งพันธุ์เบงกอลเพศผู้ ชื่อดาวเหนือ อายุ 7 ปี เสือเพศผู้ ชื่อฟ้าคราม 3 อายุ 3 ปี และเสือเพศผู้ ชื่อ แฮบปี้ 2 อายุ 3 ปี ถูกคนร้ายขโมยออกไปจากบ้านเกาะเสือ โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเวลากลางดึกของวันที่ 20 และวันที่ 25 ธ.ค.2557 ซึ่งกลายเป็นข่าวที่หลายฝ่ายให้ความสนใจ ที่นำไปสู่การ ขนย้ายเสือออกจากวัดป่าหลวงตาบัวญาณสัมปันโน จำนวน 147 ตัว ที่ผ่านมา ซึ่งการเข้าพบพนักงานสอบสวนครั้งนี้ พ.ต.อ.สมศักดิ์ สุวรรณฉิม ผกก. (สอบสวน กลุ่มงานสอบสวน) ภ.จว.กาญจนบุรี ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนบันทึกภาพแต่อย่างใด
นายสุชพงศ์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ตนได้ประสานพนักงานสอบสวนเพื่อมาให้ปากคำ ในฐานะพยานในคดีเสือโคร่ง 3 ตัวหายไป เนื่องจากที่ผ่านมาพนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค ได้กล่าวพาดพิงว่า ไม่สามารถติดตาม นายสัตวแพทย์สมชัย วิเศษชัยมงคล อดีตนายสัตวแพทย์ประจำวัดป่าหลวงตาบัวฯ และพยานในคดีมาให้ถ้อยคำได้ ซึ่งแท้ที่จริง นายสัตวแพทย์สมชัย ได้แจ้งความประสงค์พร้อมทำบันทึกไว้ที่ สภ.ไทรโยค ตั้งแต่วันที่ 7 พ.ค. 2558 และเดินทางไปลงบันทึกประจำวันไว้อีกครั้งเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 2558 ว่าพร้อมที่จะให้ถ้อยคำในคดีดังกล่าว โดยได้แจ้งเบอร์โทรศัพท์และที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้ไว้ด้วย แต่ปรากฏว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาพนักงานสอบสวนได้เชิญ นายสัตวแพทย์สมชัย มาให้ถ้อยคำเพียง 2 ครั้งเท่านั้น คือ ครั้งแรกเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2558 และครั้งที่สองเมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 2559 ภายหลังจากที่กรมอุทยานฯ ได้เข้าไปขนย้ายเสือโคร่งทั้งหมดออกมาจากวัดป่าหลวงตาบัวฯ เสร็จสิ้น
ทั้งนี้ นายสุชพงศ์กล่าวว่า ตนในฐานะที่เคยทำงานเป็นคณะกรรมการเฉพาะกิจของวัดป่าหลวงตาบัวฯ และได้ทราบเรื่องราว รวมทั้งมีหลักฐานหลายๆ ส่วนที่เกี่ยวข้องว่าใครเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับการนำเสือ 3 ตัวออกไปจากวัดฯ ได้ ซึ่งวันนี้เป็นการให้ถ้อยคำเป็นครั้งแรกของตนในฐานะพยาน

“สำหรับพยานสำคัญในคดีนี้ คือ นายสัตวแพทย์สมชัย ซึ่งเป็นผู้ไปแจ้งพร้อมให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับกรณีเสือ 3 ตัวที่หายไป กับกรมอุทยานฯ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2558 แต่ปรากฏว่า ตลอดระยะเวลากว่า 1 ปีที่ผ่านมา เพิ่งได้รับการติดต่อจากพนักงานสอบสวนเพียง 2 ครั้งเท่านั้น ทั้งๆ ที่ นายสัตวแพทย์สมชัย พยายามที่จะติดต่อขอเข้าให้ถ้อยคำต่อพนักงานสอบสวนตลอดมา ส่วนหลักฐานนอกจากไมโครชิพที่ส่งมอบให้กับกรมอุทยานฯ และทางกรมอุทยานฯ ส่งต่อให้กับพนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2558 แล้ว ยังมีภาพจากกล้องวงจรปิด และคลิปเสียงสนทนา ซึ่งพยานหลักฐานดังกล่าวสามารถใช้เป็นเบาะแสในทางสอบสวนได้เป็นอย่างดี” นายสุชพงศ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม นายสุชพงศ์มองว่าคดีนี้ไม่ได้ยุ่งยากซับซ้อน เนื่องจากพยานหลักฐานส่วนใหญ่ค่อนข้างบ่งชี้ได้ว่าใครเกี่ยวข้องบ้าง พร้อมกันนี้ก็ยังได้ทำสรุปเรื่องย่อให้กับพนักงานสอบสวนทราบหลายครั้งแล้วเช่นกัน ดังนั้นหากมีการดำเนินการอย่างเต็มที่ ก็จะสามารถสอบสวนขยายผลคดีนี้ให้เสร็จสิ้นได้นานแล้ว

