ป.ป.ส.โชว์ 3 เดือน ยึดทรัพย์เครือข่ายค้ายา 500 ล้าน

ป.ป.ส.โชว์ 3 เดือน ยึดทรัพย์เครือข่ายค้ายา 500 ล้าน
ป.ป.ส.โชว์ 3 เดือน ยึดทรัพย์เครือข่ายค้ายา 500 ล้าน พบธุรกรรมต้องสงสัย กว่า 12,000 ล้านบาท เล็งยกเครื่องเพิ่มประสิทธิภาพ

เมื่อวันที่ 4 ก.ค.ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ปปส.) นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส. เป็นประธาน ประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการยึดทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติด ครั้งที่ 5/2563 โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(บช.ปส.) กองทัพบก กระทรวงมหาดไทย สำนักงานอัยการสูงสุด กรมสรรพากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน( ปปง.) หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ และสำนักงาน ป.ป.ส. และนายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ที่ปรึกษาพิเศษกระทรวงยุติธรรม เข้าร่วมประชุมด้วย

โดยการประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อติดตามผลการดำเนินงานของคณะทำงานสืบสวนสอบสวนทางการเงินเพื่อการยึดทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติด และคณะทำงานสืบสวนสอบสวนขยายผลเพื่อการยึดทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติด รวมทั้งการหารือแนวทางการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาคีในการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำลายโครงสร้างและฐานการค้ายาเสพติดโดยใช้มาตรการยึดทรัพย์สินของขบวนการค้ายาเสพติด

นายนิยม กล่าวว่า ตั้งแต่กระทรวงยุติธรรม กำหนดนโยบายให้ป.ป.ส. บูรณาการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานต่างๆ โดยจัดตั้งคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการยึดทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติด ขึ้นมาและตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวนทางการเงินเพื่อการยึดทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติด และคณะทำงานสืบสวนสอบสวนขยายผลเพื่อการยึดทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติด มาทำหน้าที่ เมื่อเดือนมี.ค.เป็นต้นมา ผลการปฏิบัติว่าใน 3 เดือนที่ผ่านมา (เม.ย. – มิ.ย.) มีการปฏิบัติการของทั้ง 2 คณะทำงาน โดยทุกหน่วยงานร่วมกันปฏิบัติปูพรมทั่วประเทศ ด้วยการปิดล้อมตรวจค้น ขยายผลจับบุคคลที่เป็นตัวการสำคัญหรือผู้บงการอยู่เบื้องหลัง และบุคคลตามหมายจับ ทำลายเครือข่ายการค้ายาเสพติด 48 เครือข่าย และจับผู้ต้องหา 1,374 คน

นำไปสู่การยึดทรัพย์สินของขบวนการค้ายาเสพติดได้ 1,881 รายการ จำแนกมูลค่าได้ดังนี้ เดือน เม.ย.2563 รวม 70 ล้านบาท เดือนพ.ค. 2563 รวม 135.29 ล้านบาท และเดือน มิ.ย.2563 รวม 330.48 ล้านบาท ปฏิบัติการใน 3 เดือนยึดทรัพย์สินได้รวม 535.77 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังตรวจสอบพบธุรกรรมต้องสงสัยอีกกว่า 12,000 ล้านบาท หากไม่สามารถดำเนินการโดยใช้มาตรการยึดทรัพย์สินในคดียาเสพติดได้ ก็จะมีการใช้มาตรการตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือการใช้มาตรการทางภาษี เข้าดำเนินการ

เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวอีกว่า งานในระยะต่อไปว่า ที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันในการปรับกระบวนการดำเนินงานให้มีความกระชับชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งด้านการปฏิบัติการ การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และการใช้เทคโนโลยีการสืบสวน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติดให้รวดเร็วและมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะมีการจัดทำข้อตกลงร่วมกันระหว่างหน่วยงาน และการจัดตั้ง Joint Task Force ขึ้นที่สำนักงาน ป.ป.ส. การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ และการพัฒนายกระดับขีดความสามารถของบุคลากรให้มีความรู้และความชำนาญเพื่อปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ ผมต้องขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ได้ร่วมกันทุ่มเท เสียสละในการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลอย่างเต็มที่ และขอขอบคุณรัฐบาล ที่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยนอกจากจะกำหนดเป็นนโยบายเร่งด่วนแล้ว ยังมีการติดตามสนับสนุนการดำเนินงาน ให้ขวัญและกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติอย่างใกล้ชิด

นายนิยม กล่าวทิ้งท้ายว่า ทั้งนี้เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในการลดความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอันมาจากปัญหายาเสพติด จึงขอให้พี่น้องประชาชนให้ความเชื่อมั่นในการทำงานของรัฐบาลและหน่วยงานราชการทุกหน่วยงาน และขอให้ประขาชนทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหา เพราะลำพังหน่วยงานราชการไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้สำเร็จลุล่วงไปได้ อย่างน้อยก็ช่วยกันสอดส่องดูแล

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้แพทย์เผยนาทีก่อนสิ้น ‘นาธาน โอมาน’ สุดยื้อหลังปั้มหัวใจ 2 ครั้ง
บทความถัดไปททท.มั่นใจเที่ยว ‘อนุรักษ์เทียนพรรษา มุทิตาหลวงปู่มั่น’ ในวิถีใหม่ ‘นิวนอร์มอล’ ที่อุบลฯ