ปธ.สมาพันธ์แชร์ลูกโซ่ฯนำ 30 เหยื่อร้องดีเอสไอ ถูกนักการเมืองท้องถิ่นใต้ ปิดวงแชร์หนี สูญ 40 ล้าน

27.07.16 | 12:23 น.

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 27 กรกฎาคม ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่ แห่งประเทศไทย นำผู้เสียหายกว่า 30 คน เดินทางเข้าร้องทุกข์กรณีผู้เสียหายถูกหลอกลวงให้เล่นแชร์ลูกโซ่ผ่านเฟซบุ๊กและแอพพลิเคชั่นไลน์ โดยมีมูลค่าความเสียหายกว่า 40 ล้านบาท โดยอ้างว่าถูกนักการเมืองท้องถิ่นทางภาคใต้ฉ้อโกงเงิน เพื่อให้ดีเอสไอดำเนินการกับขบวนการดังกล่าวและให้การช่วยเหลือประชาชนผู้เสียหายต่อไป โดยมีนายณัฐวุธ นิติวรยุทธ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ชำนาญการพิเศษปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าหน่วยบริการประชาชน เป็นผู้รับเรื่อง

นายสามารถ กล่าวว่า ในวันนี้ได้นำผู้เสียหายมาร้องทุกข์กล่าวโทษ 2 คดี ซึ่งมีผู้เสียหายแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ 1.หลอกให้ร่วมลงทุนซื้อขายที่ดินโดยมีนักการเมืองท้องถิ่น จ.พัทลุง เป็นเท้าแชร์ มีพฤติการณ์หลอกลวงผู้เสียหายด้วยการอ้างว่าจะนำเงินไปลงทุนซื้อที่ดิน พร้อมกับโพสต์รูปภาพของโฉนดที่ดินไว้บนเฟสบุ๊คส่วนตัว เพื่อให้มีการร่วมระดมทุนโดยผู้เสียหายบางรายได้โอนเงินไปแสนบาทและล้านบาท เพื่อจะกินดอกเบี้ยรายวัน เป็นรอบประมาณ 1 สัปดาห์ แต่ตอนนี้หยุดวงแชร์มาประมาณ 1 เดือนแล้ว โดยยอดเงินความเสียหายกว่า 40 ล้านบาท และ 2.หลอกให้ร่วมลงทุนเกี่ยวกับอาหารเสริม โดยมีการแบ่งเงินปันผลทุกสัปดาห์ ซึ่งมีพฤติการณ์คือนำรูปภาพของบุคคลอื่นมาแอบอ้างเป็นตนเองและหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินไปให้ ก่อนจะปิดวงแชร์หนีไป ซึ่งกรณีนี้มีผู้เสียหายประมาณ 20 คน มูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท โดยทั้งสองกรณีเป็นการเล่นแชร์ผ่านเฟซบุ๊กและไลน์ ในการหลอกลวงผู้เสียหายในการร่วมลงทุน ดังนั้น ตนจึงนำผู้เสียหายมาร้องเรียนกับดีเอสไอ เพื่อให้ตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากกรณีดังกล่าว

นายสามารถ กล่าวด้วยว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวจะเห็นได้ว่ากระบวนการแชร์ลูกโซ่มีผู้เสียหายจำนวนมาก ทางสมาพันธ์แชร์ลูกโซ่ฯเห็นว่าภาครัฐจะต้องมีกระบวนการที่จะปราบปรามอย่างจริงจัง คือ 1.จะต้องเพิ่มโทษ เพราะในคดีแชร์ลูกโซ่ มีโทษจำคุกไม่เกิน 20 ปี จึงต้องมีการปรับอัตราโทษให้สูงขึ้น และ 2.ต้องมีเรื่องของพ.ร.บ.การฟอกเงิน เพื่อนำเงินมาคืนให้กับผู้เสียหายโดยเร็ว เพราะที่ผ่านมา ไม่มีการนำการฟอกเงินเข้ามาใช้ ทำให้ผู้เสียหายไม่ได้รับเงินคืน จึงอยากให้เจ้าหน้าที่รัฐจัดการกับขบวนการเหล่านี้ให้หมดไป

ก.3