เจ้าอาวาสวัดที่เชียงรายแจ้งความกลับ ‘สงกานต์-พระสมุห์ชวลิต’ หมิ่นประมาท

27.07.16 | 12:34 น.

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 27 กรกฎาคม ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พระสุรสิทธิ์ ประทานสงฆ์ วัดยี่ป่า อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา และเป็นเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย พร้อม นายวรกร พงศ์ธนากุล ทนายความ เข้าพบพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดี กับ นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความ พระสมุห์ชวลิต กิตติเมธี หรือนายชวลิต สุขสุกรรม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดท่าซุงทักษิณาราม อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา และ น.ส.สายใย เอี่ยมภูมิ อายุ 87 ปี ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา หลังได้ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อมวลชน และให้ถ้อยคำกับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เกี่ยวกับคดีของนางมณตา หยกรัตนกาญ หรือนางไก่ ในลักษณะ กล่าวหาว่า พระสุรสิทธิ์ มีการเรียกรับเงินจำนวน 2.8 ล้านบาท เพื่อเอาไปวิ่งเต้นช่วยให้น.ส.สายใย ได้เครื่องราชฯ

พระสุรสิทธิ์ กล่าวว่า ยืนยันว่า ไม่เคยรู้จักสนิทสนมกับนางไก่มาก่อน แต่ยอมรับว่า เคยเจอนางไก่เพียงครั้งเดียว เมื่อปี 2558 เมื่อครั้งนางไก่เดินทางมาทำบุญกับทหารนายหนึ่งเท่านั้น และไม่ได้พูดคุยหรือติดต่อใดๆ กันอีกเลย ส่วนกรณีที่แจ้งดำเนินคดีหมิ่นเบื้องสูง กับน.ส.สายใย เนื่องจากเมื่อปี 2551-2552 ตนเองได้รางวัลชนะเลิศประกวดเรือเฉลิมพระเกียรติฯ เป็นเงินจำนวน 1 ล้านบาท และขณะนั้นตนประสบอุบัติเหตุ น.ส.สายใยจึงชักชวน ให้ไปนวดแผนโบราณ ที่ร้านนวดของตัวเองย่านสาทร แต่เมื่อไปถึงร้านนวด น.ส.สายใยกลับเอาเอกสารสัญญาเงินกู้มาให้ตนเองเซ็นพร้อมข่มขู่ว่า หากไม่ยอมเซ็นจะไม่ปล่อยกลับไปจึงยินยอมเซ็นเอกสารเงินกู้ให้ ทั้งที่ไม่ได้มีหนี้สินกัน จากนั้นอีกประมาณ 2-3 เดือน น.ส.สายใยได้มาทวงขอเงินคืน พร้อมอ้างว่ามีเอกสารคำรับฟ้องจากศาลแล้วและยังข่มขู่ว่าหากไม่คืนเงินดังกล่าวจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ก่อนจะแสดงภาพถ่ายกับบุคคลสำคัญและนามบัตรของบุคคลสำคัญ ตนเองจึงเกรงกลัว หลังจากนั้นจึงตัดสินใจนำเงินให้ทนายความเอาไปมอบให้น.ส.สายใย จำนวน 5 แสนบาท พร้อมได้ลงบันทึกประจำวันไว้ ที่ สภ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยาไว้เป็นหลักฐาน จนกระทั่งเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม กลุ่มนายสงกานต์มาแจ้งความไว้ ทำให้ตนเองเกิดความเสียหายจึงเข้าแจ้งความกลับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางทนายได้แสดงเอกสารการทำธุรกรรมทางการเงินในบัญชีชื่อ สุพิมพิสุทธิ์ เอี่ยมภูมิ ซึ่งตรวจสอบพบเป็นอีกชื่อหนึ่งของน.ส.สายใยที่พบว่ามีการถอนเงินและโอนเงินเข้าบัญชีดังกล่าว ซึ่งขัดแย้งที่น.ส.สายใยเคยอ้างกับบุคคลอื่นว่าเป็นหลักฐานที่น.ส.สายใยโอนให้กับพระสุรสิทธิ์ รวมทั้งนำเอกสารจากศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่ได้มีการรับฟ้องพระสมุห์ชวลิตกิตติเมธี ในความผิด บุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ โดยมีพระสุรสิทธิ์ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง มาแสดงว่าพระสุรสิทธิ์เองมีปัญหาขัดแย้งกับพระสุห์ชวลิต กิตติเมธี ด้วย

เบื้องต้นตำรวจรับเรื่องไว้ ก่อนรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับขั้น เพื่อดำเนินการต่อ