คุม’2นร.เทคโน’แทงอริดับทำแผน ขอขมาแม่เหยื่อ-เรียกแม่มือมีด-อาจารย์อ่านคำสั่ง คสช.

27.07.16 | 14:30 น.

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 27 กรกฎาคม ที่ปั๊มบางจาก ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พล.ต.ต.ชัยพร พานิชอัตรา ผบก.น.3 พ.ต.อ.ดร.พรเทพ สูติปัญญา ผกก.สน.หนองจอก พ.ต.อ.สินชัย นิ่มปุญญกำพงษ์ ผกก.สส.บก.น.3 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.หนองจอก กก.สส.บกน.3 และสภ.สวี จ.ชุมพร ร่วมกันจับกุมนายราม (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี และ นายเต้ (นามสมมุติ)อายุ 17 ปี นักเรียนโรงเรียนเทคโนโลยีแห่งหนึ่ง ผู้ต้องหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและร่วมกันพกพาอาวุธมีดติดตัวไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร โดยจับกุมได้ที่หน่วยบริการประชาชนตู้ยามนาโพธิ์ หมู่ 7 ต.นาโพธิ์ อ.สวี จ.ชุมพร


ทำแผน2

พล.ต.ท.ศานิตย์เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม เวลา 18.30 น. นายวิศรุต โสภะบุญ อายุ 16 ปี นักเรียนชั้นปีที่ 2 สาขาช่างยนต์ วิทยาลัยเทคนิคแห่งหนึ่ง ผู้เสียชีวิต ได้ขี่รถจักรยานยนต์ รอเพื่อนอีก 2 คนที่จอดรถจักรยานยนต์รอคิวเติมน้ำมันที่ปั๊มน้ำมันบางจาก ถนนเลียบวารี พบนายราม และนายเต้ นักศึกษาปี 1 เทคโนโลยีแห่งหนึ่ง กำลังเติมน้ำมันรถจักรยานยนต์ โดยทั้ง 2 ฝ่ายมองหน้ากัน จากนั้นนายรามได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกไป ส่วนนายเต้ที่นั่งซ้อนท้ายใช้มือแสดงสัญลักษณ์ของสถาบัน จากนั้นนายวิศรุต ได้ขี่รถจักรยานยนต์ตามออกจากปั๊มน้ำมัน ย้อนศรมุ่งหน้าแยกหน้าเขตหนองจอก ก่อนจะมาจอดบนฟุตปาธห่างจากปั๊มน้ำมัน 50 เมตร และพบผู้ก่อเหตุทั้ง 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์มาจอด เกิดการชกต่อยกัน ก่อนนายรามและนายเต้จะใช้อาวุธมีดแทงและฟันนายวิศรุต ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ทำแผน4

Advertisement

พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวต่อว่า จากการสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 คน กำลังโดยสารรถประจำทางหลบหนีลงภาคใต้ เจ้าหน้าที่จึงประสาน สภ.สวี จ.ชุมพร ช่วยสกัดจับไว้ได้ อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีความจำเป็นต้องดำเนินคดีกับผู้ปกครองของผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ส่วนจะมีโทษอย่างไรนั้นอยู่ที่ดุลพินิจของศาล

ทำแผน5

ด้านนายรามรับว่า เป็นคนฟันผู้เสียชีวิต ส่วนนายเต้เป็นคนแทงและเป็นคนที่ทำสัญลักษณ์ของสถาบัน วันเกิดเหตุเห็นกลุ่มผู้เสียชีวิตมีลักษณะคล้ายคู่อริที่เคยใช้อาวุธปืนยิงใส่ตน จึงลงมือแก้แค้น โดยขึ้นรถทัวร์ไปหลบซ่อนตัวที่ จ.สุราษฎร์ธานี แต่มาถูกสกัดจับได้ที่ จ.ชุมพร

ทำแผน6

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการแถลงข่าวนายรามได้ขอขมามารดาของผู้เสียชีวิต โดยมารดาผู้เสียชีวิตได้อโหสิกรรมให้ พร้อมทั้งบอกว่า แม้นายรามจะอ้างว่าลูกชายของตนเป็นคนที่จะเข้าไปทำร้ายก่อน แต่จากพยานหลักฐานไม่ตรงกับคำให้การของนายราม แต่จะให้อภัยกับนายรามและเยาวชนคนอื่นๆ อย่าก่อเหตุเช่นนี้อีก เพราะเป็นพ่อเป็นแม่ทำทุกอย่างเพื่อลูก ทำงานหาเงินเพื่อส่งให้ลูกเรียนหนังสือ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายรามไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพบริเวณจุดเกิดเหตุ โดยมีเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ สน.หนองจอก และอาสาสมัคร กว่า 100 คน ดูแลความเรียบร้อยในการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงแล้วเสร็จ ทั้งนี้ มีนักเรียนจากสถาบันผู้เสียชีวิตกว่า 10 คน มาเฝ้าดูสถานการณ์ กระทั่งเมื่อเริ่มทำแผนนักเรียนกลุ่มดังกล่าวได้ตะโกนด่าทอนายราม ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องควบคุมตัวและทำการตรวจค้น เบื้องต้นจากการตรวจค้นไม่พบอาวุธและสารเสพติดแต่อย่างใด

จากนั้น พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. ได้เชิญนางยา (นามสมมุติ) มารดาของนายราม ผู้ต้องหาและนายชลอ ไทรงาม หัวหน้างานปกครองวิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษกมหานคร มาพูดคุยทำความเข้าใจและอ่านเข้าคำสั่ง คสช. ที่30/2559 โดยข้อ 1 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตาม มีอํานาจกักตัวนักเรียนและนักศึกษาที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาท ทําร้ายร่างกายผู้อื่น หรือเตรียมการเพื่อก่อเหตุเป็นการชั่วคราวไม่เกิน 6 ชั่วโมง เพื่อนําส่งเจ้าพนักงานตํารวจ ผู้บริหารโรงเรียนหรือสถานศึกษา บิดามารดา หรือผู้ปกครอง แล้วแต่กรณี

ข้อ 2 บิดามารดาหรือผู้ปกครองต้องให้การอุปการะเลี้ยงดู อบรม สั่งสอน และยับยั้งพฤติกรรม ที่ไม่ดีของเด็กและเยาวชนที่เป็นนักเรียนและนักศึกษาที่อยู่ในความปกครองดูแลของตน รวมทั้งต้องปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก ตลอดจนต้องไม่สนับสนุน หรือปล่อยปละละเลยให้เด็กและเยาวชนที่เป็นนักเรียนและนักศึกษาในปกครองรวมกลุ่มเพื่อก่อเหตุ ทะเลาะวิวาท ทําร้ายร่างกายผู้อื่น หรือเตรียมการเพื่อก่อเหตุดังกล่าว และให้เจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีอํานาจหน้าที่ เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวติดตามและสอดส่องให้มีการดําเนินการอย่างเคร่งครัด

ข้อ 3 ผู้ใดกระทําการอันเป็นการยุยง ส่งเสริม ช่วยเหลือ หรือสนับสนุน ให้นักเรียน หรือนักศึกษาฝ่าฝืนบทบัญญัติตามมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ต้องระวางโทษ จําคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ, นักเรียนหรือนักศึกษาไปก่อเหตุทะเลาะวิวาท หรือทําร้ายร่างกายผู้อื่น ผู้นั้นต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และหากเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตเพราะการทะเลาะวิวาทหรือทําร้ายร่างกายนั้น ผู้นั้นต้องระวางโทษจําคุก ไม่เกิน1ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และ ข้อ 4 ให้โรงเรียนและสถานศึกษามีหน้าที่จัดให้มีกิจกรรมในการแนะแนวเพื่อตอบสนอง ต่อการแก้ไขปัญหานักเรียนและนักศึกษาทะเลาะวิวาท

ด้านนางยากล่าวว่า ไม่อยากให้เหตุการณ์เกิดขึ้น และคงไม่มีใครอยากให้เกิด การทะเลาะวิวาทนี้ส่งผลให้พ่อแม่เดือดร้อน หากไม่คิดถึงพ่อแม่ก็ให้คิดถึงอนาคตตัวเอง คนเป็นพ่อแม่ลูกจะทำผิดก็พร้อมจะอยู่เคียงข้าง

ส่วนนายชลอกล่าวว่า คำสั่ง คสช.ที่ 30/2559 มีประโยชน์อย่างมากในการควบคุมพฤติกรรมของนักเรียนกลุ่มอาชีวะ โดยทุกเช้าทางโรงเรียนปลูกฝังหน้าเสาธงตอนเข้าแถวทุกวัน และพยายามให้เลิกเรียนไม่ตรงเวลากับต่างสถาบันเพื่อลดการเผชิญหน้ากัน คำสั่ง คสช.ที่ 30/2559 ข้อที่ 3 นั้น ระบุชัดเจนว่าผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต้องรับโทษตามกฎหมายเช่นกัน