รวบสองหนุ่มแสบอ้างเป็นตำรวจ ต่อยหน้าเหยื่อก่อนชิงทรัพย์ ซิ่งกระบะหนี

27.07.16 | 14:30 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. ของวันที่ 27 กรกฎาคม พล.ต.ต.สรศักดิ์ เย็นเปรม รอง ผบช.ภ.7 รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย นายณรงค์ศักดิ์ เฉลิมเกียรติ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร รองผู้ว่าราชการจังหวัด พันเอกปิยะ เกียรติอมรเวช รองเสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 16 รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรสาคร ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาที่อ้างตัวเป็นตำรวจแล้วก่อเหตุชิงทรัพย์ผู้อื่น ประกอบด้วย นายบรรจง เพ็งพันธ์ อายุ 31 ปี ชาว ต.สวนหลวง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร (รับซื้อของโจร)  นายบัญชา สิทธิจิรพงศ์ อายุ 29 ปี ชาว ต.สวนหลวง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร และนายเต่าคำ ตากัน อายุ 28 ปี ชาว ต.แม่ข้าวต้ม อ.เมืองเชียงราย


สำหรับพฤติการณ์ของผู้ต้องหาทั้งหมดนี้ เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม เวลาประมาณ 15.30 น. นายบุญส่ง วังคีรี ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ถูกคนร้ายเป็นชายสองคน อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอตรวจค้นตัวขณะที่กำลังปั่นจักรยานจะไปซื้อกับข้าวที่บริเวณริมถนนเศรษฐกิจ 1 โดยชายทั้งสองคนยังได้ใช้กำลังชกต่อยที่บริเวณใบหน้าได้รับบาดเจ็บ จากนั้นก็ได้ชิงโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และเงินสดอีก 2,500 บาท ก่อนจะขึ้นรถกระบะขับหลบหนีไป ซึ่งผู้เสียหายได้รีบวิ่งไปดูจดจำเลขทะเบียนไว้ แล้วก็เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนนำไปสู่การจับกุมตัวผู้ก่อเหตุคือ นายเต่าคำ ตากัน กับ นายบัญชา สิทธิจิรพงศ์ ผู้ที่อ้างตัวเป็นตำรวจไว้ได้ รวมถึงนายบรรจง เพ็งพันธ์ ผู้รับซื้อโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหาย

นายบุญส่งเล่าอีกว่า ในวันเกิดเหตุแม้คนร้ายทั้ง 2 คน จะอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจในขณะเข้าชิงทรัพย์ แต่ตนเองก็ไม่ปักใจเชื่อ เพราะเนื่องจากได้กลิ่นสุรามาจากผู้ต้องหา อีกทั้งเมื่อขอดูบัตรเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ยอมแสดงให้ดู แต่ที่ต้องยอมให้ชิงทรัพย์ไปนั้น เนื่องจากตนเองมีกำลังสู้ไม่ไหว จากนั้นหลังเกิดเหตุก็ได้รีบวิ่งไปดูทะเบียนหน้ารถ ก่อนจะเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่นายบรรจง ว่ารับของโจร ส่วนนายเต่าคำ กับนายบัญชา  สองผู้ต้องหาที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกันชิงทรัพย์ ถูกตั้งข้อกล่าวหาว่าร่วมกันชิงทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดและเพื่อให้พ้นจากการจับกุม

Advertisement