อสส. ลงนามรับรองยื่นฎีกาสู้คดี”อัลรูไวลี่” หลัง 2 ศาลยกฟ้องพล.ต.ท.สมคิด-พวก

27.07.16 | 15:53 น.

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม เรือโทสมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ได้เปิดเผยถึงการยื่นฎีกาคดีอุ้มฆ่านายโมฮัมเหม็ด อัลรูไวลี่ ว่า เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา พนักงานอัยการได้ยื่นฎีกาคดีที่พนักงานอัยการและนางวักดะห์ ซาเล็ม ฮาเหม็ด อัลรูไวลี่ เป็นโจทก์ร่วมฟ้อง พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม อดีตจเรตำรรวจ กับพวกรวม 5 คน ในความผิดฐานร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น เป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย ,ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาเเละไตร่ตรองไว้ก่อน และปกปิดการกระทำความผิดอื่นของตนเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ได้กระทำไว้


โดยในคดีนี้ ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น นางวักดะห์ ซาเล็ม ฮาเหม็ด มารดาของ นาย โมฮัมเหม็ด อัลรูไวลี่ ได้ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ซึ่งศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งอนุญาตให้เข้าเป็นโจทก์ร่วมได้ จนวันที่ 31 มีนาคม 2557 ศาลอาญาได้พิพากษายกฟ้องพล.ต.ท.สมคิด กับพวกรวม 5 คน ซึ่งหลังจากศาลอาญาได้พิพากษายกฟ้อง อธิบดีอัยการศาลสูงได้พิจารณาแล้วได้มีคำสั่งยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลอาญา และศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้พิพากษายืนยกฟ้องจำเลยทั้ง 5 คน และให้ยกคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ และยกอุทธรณ์โจทก์ร่วม ซึ่งเมื่อศาลอุทธรณ์มีคำพิพากยกฟ้องโจทก์ดังกล่าวแล้ว อัยการสำนักงานคดีศาลสูง ซึ่งมีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินคดีอาญาในชั้นฎีกาได้ตั้งคณะทำงานร่วมพิจารณาข้อเท็จจริงพยานหลักฐานโดยละเอียด เห็นว่าคดีมีเหตุอันควรที่จะฎีกา อธิบดีอัยการสำนักงานคดีศาลสูงได้มีคำสั่งให้ฎีกาตามความเห็นของคณะทำงาน โดยอัยการสูงสุดได้ลงลายมือชื่อรับรองฎีกาโจทก์ตามกฎหมายและได้ยื่นฎีกาต่อศาลเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา

พล.ต.ท.สมคิด กล่าวว่า เป็นธรรมดาที่อัยการจะยื่นฎีกา เพราะถ้าหากพนักงานอัยการไม่ยื่นฎีกา ก็อาจจะถูกกดดันจากทางฝ่ายญาติของผู้เสียชีวิตได้ หากมีการยื่นฎีกาขึ้นไปสู่ศาลฎีกาก็จะต้องมีการส่งสำเนาฎีกาของฝ่ายโจทก์มาให้จำเลย และถ้าหากมีการส่งสำนวนมาตนก็จะใช้สิทธิยื่นคัดค้านฎีกาตามกระบวนการของกฎหมายต่อไป โดยส่วนตัวไม่วิตกและหนักใจแ เนื่องจากคำพิพากษาของทั้งสองศาลก็ได้พิสูจน์ข้อเท็จจริงหลายๆอย่างให้เป็นที่ประจักษ์แล้ว แต่ตนจะไม่ก้าวล่วงดุลพินิจของศาลฎีกาและมีความพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการเพื่อพิสูจน์ความจริงอย่างแน่นอน