สาวท้อง 6 เดือนร้องปวีณา ถูกสามีทำร้ายร่างกายหลังบอกเลิก
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 16 ก.ค. นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ พาสาวท้อง 6 เดือน เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.สุรพจน์ รอดบำรุง ผกก.สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เพื่อติดตามคดีสามีทำร้ายร่างกายภรรยาท้อง 6 เดือน จนได้รับบาดเจ็บสาหัส และในวันเกิดเหตุขณะหลบหนีขึ้นแท็กซี่ คนขับแท็กซี่ยังไม่ให้การช่วยเหลือ กลับเปิดประตูรถให้ฝ่ายชายเข้ามาฉุดไปซ้อมจนน่วม ซึ่งขอให้เจ้าหน้าที่ติดตามตัวมาดำเนินคดี
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 ก.ค. เวลา 13.30 น. น.ส.น้ำ (นามสมมุติ) อายุ 28 ปี ได้ขอนายเดียว (นามสมมุติ) อายุ 25 ปี สามีเลิกลาต่อกัน จากนั้นฝ่ายชายขอพูดคุยเรื่องสิ่งของที่ยังอยู่กับฝ่ายชาย หลังพูดคุยฝ่ายชายได้ทำทียอมเลิกลาด้วยดี
จนเวลา 21.00 น. น.ส.น้ำ ได้เลิกงานและให้เพื่อนออกไปดูว่าฝ่ายชายมารอที่หน้าออฟฟิศหรือไม่ ปรากฏว่ามีแต่รถแท็กซี่จอดอยู่ น.ส.น้ำ จึงได้ขึ้นรถแท็กซี่ไป แต่รถแท็กซี่กลับขับรถไปผิดทาง แล้วคนขับแท็กซี่บอกว่าฝ่ายชายรออยู่ แล้วขับมาจอดท้ายรถของฝ่ายชาย น.ส.น้ำ จึงได้บอกให้แท็กซี่ล็อกประตู และตนเองได้ล็อกประตูตรงจุดที่ตนนั่งแต่คนขับแท็กซี่ได้เปิดล็อกประตูทำให้ฝ่ายชายเปิดรถได้แล้วกระชาก น.ส.น้ำลงจากรถ
โดยฝ่ายชายจ่ายค่าแท็กซี่ไป 400 บาท จากนั้นฝ่ายชายได้ฉุด น.ส.น้ำขึ้นรถของฝ่ายชาย พร้อมตบตี ต่อย จับหัวกดลง และขับรถตระเวนไปตามบ้านญาติของ น.ส.น้ำ เพื่อที่จะได้รู้จักบ้านญาติ เพราะฝ่ายชายบอกว่าจะได้ตามตัวถูกหาก น.ส.น้ำ หนีอีก จากนั้นได้พา น.ส.น้ำมาส่งที่ออฟฟิศตอน 10.00 น.วันที่ 7 ก.ค. เมื่อเพื่อนเห็นร่องรอยถูกทำร้าย จึงได้โทรแจ้งมูลนิธิปวีณา และเข้าแจ้งความที่ สภ.บางใหญ่
นางปวีณากล่าวว่า กรณีของ น.ส.น้ำ ตนเป็นห่วงเรื่องสุขภาพและจิตใจน้อง รวมทั้งลูกในท้องและความปลอดภัย ดังนั้น ทางมูลนิธิจึงได้ให้ความช่วยเหลือดูแลใกล้ชิด เพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจ โดยมีการพาไปตรวจครรภ์ และให้ความคุ้มครองดูแลลูกในท้องให้ดีที่สุด ปัจจุบันคดีสามีทำร้ายร่างกายภรรยามาเป็นอันดับหนึ่ง ฝากถึงผู้หญิงควรดูฝ่ายชายให้แน่ใจว่ามีพฤติกรรมรุนแรงหรือไม่ ก่อนที่จะตัดสินใจอยู่กินด้วยกัน โดยเฉพาะการมีบุตรด้วยกันควรจะมีความรักและความพร้อม
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลตรวจร่างกายจาก รพ.บางใหญ่ เพื่อตั้งข้อกล่าวหา ซึ่งหลังรับแจ้งความได้ตั้งข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายให้ได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ ซึ่งหลังจากนี้จะสอบปากคำคนขับรถแท็กซี่ว่ามีส่วนรู้เห็นในเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วยหรือไม่ พร้อมนำตัวชายผู้ก่อเหตุส่งฟ้องศาลแขวงจังหวัดนนทบุรี เพื่อดำเนินคดีต่อไป

