ศาลอุทธรณ์พิพากษาคุกตลอดชีวิต ‘สิมู จะหย่อ’ ยิง ผกก.สภ.ไทรงาม จ.กำแพงเพชร ดับปี 54

28.07.16 | 11:35 น.

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 28 กรกฎาคม ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.3117/2554 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายสิมู จะหย่อ อายุ 53 ปี ชาวเขาเผ่ามูเซอ เป็นจำเลย ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน, มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 289, 371 และ พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72 และ 72 ทวิ


ตามฟ้องโจทก์ วันที่ 2 สิงหาคม 2554 ว่า เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2554 เวลากลางคืน จำเลยกับพวก ร่วมกันมีปืนพกสั้นรีวอลเวอร์ ยี่ห้อสมิธ แอนด์ เวสสัน ขนาด .357 แม็กนัม ไม่มีทะเบียน เครื่องกระสุนปืน .38 สเปเชียล หลายนัด ติดตัวไปที่หน้าบ้านเลขที่ 282/67-68 ต.นครสวรรค์ตก อ.เมือง จ.นครสวรรค์ แล้วก่อเหตุยิง พ.ต.อ.เกริกฤทธิ์ นิยมเสริม ผกก.สภ.ไทรงาม จ.กำแพงเพชร เสียชีวิต ขณะกำลังล้างรถอยู่ที่หน้าบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ชั้นจับกุมและสอบสวน จำเลยให้การรับสารภาพ

โดยศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2558 เห็นว่า จำเลยสารภาพ ว่าได้รับการว่าจ้างจาก นายต่าย ให้ยิง พ.ต.อ.เกริกฤทธิ์ โดยได้รับค่าจ้างเป็นเงินจำนวน 100,000 บาท ประกอบกับเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้ตรวจสอบกระสุนปืนในที่เกิดเหตุ และที่พบในร่างของผู้เสียชีวิต เป็นกระสุนปืนชนิดเดียวกัน จึงเชื่อว่าที่จำเลยเบิกความประกอบคำรับสารภาพมานั้นเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ไม่ได้มีการปั้นแต่ง จำเลยจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 วรรคสี่, ม.376 และพ.ร.บ.อาวุธปืนฯ ให้ประหารชีวิต ฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน, จำคุก 8 เดือน ฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง, จำคุก 6 เดือน ฐานพกพาอาวุธปืน จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุลดโทษให้ 1 ใน 3 จึงให้จำคุกตลอดชีวิต ฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน ส่วนความผิดฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง ให้จำคุก 6 เดือน และฐานพกพาอาวุธปืนจำคุก 4 เดือน แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว คงจำคุกจำเลยไว้ตลอดชีวิต

ต่อมาจำเลย ยื่นอุทธรณ์ขอให้ลดโทษ ขณะที่วันนี้จำเลยถูกเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ควบคุมตัวจากเรือนจำบางขวาง เพื่อฟังคำพิพากษา ซึ่งจำเลยไม่ได้รับการประกันตัวหลังจากที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา

Advertisement

โดยศาลอุทธรณ์ ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้อง อุทธรณ์จำเลยฟังไม่ขึ้น ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษมานั้นเหมาะสมแล้ว จึงพิพากษายืนให้จำคุกตลอดชีวิต

ภายหลังฟังคำพิพากษา นายสิมู จะหย่อ จำเลย กล่าวต่อหน้าศาลว่า “รับสารภาพครับ” โดยวันนี้ที่นัดฟังคำพิพากษา ไม่ปรากฏว่ามีญาติของจำเลย มาร่วมฟังคำพิพากษา