ศาลสั่งจำคุกพร้อมปรับเงิน สาวด่าทอ-ทำร้ายตำรวจกลางถนน หลังไม่พอใจถูกสั่งให้ย้ายรถ

ศาลสั่งจำคุกพร้อมปรับเงิน สาวด่าทอ-ทำร้ายตำรวจกลางถนน หลังไม่พอใจถูกสั่งให้ย้ายรถ เหตุจอดรถขวางการจราจรย่านสวนลุมพินี แต่ไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน ให้รอการลงโทษไว้ 1 ปี

 

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ที่ศาลแขวงปทุมวัน ถนนพระรามที่ 4 พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดี ศาลแขวง 6 เป็นโจทก์ฟ้อง น.ส.โชติมา เนตรขันธ์ อายุ 37 ปี เป็นจำเลย ฐานความผิดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานโดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร และต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานซึ่งกระทำตามหน้าที่ หรือได้กระทำการตามหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้าย

อัยการโจทก์ฟ้องโดยวาจาว่า เมื่อวันที่ 21 ก.ค. จำเลยได้บังอาจจอดรถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน กง-7246 ชัยภูมิ กีดขวางการจราจรอยู่บริเวณทางเข้าที่จอดรถสวนลุมพินี (ประตู 5) ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน ทำให้การจราจรติดขัด ด.ต.สราวุธ รวบรวมวงศ์ และ ร.ต.อ.จักรพงศ์ พิทักษ์กรสกุล ตำรวจประจำ สน.ลุมพินี ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานจราจรจึงไปยังที่เกิดเหตุและได้ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.จราจร พ.ศ.2522 มาตรา 59 สั่งให้จำเลยซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าวให้เคลื่อนย้ายรถยนต์ที่จอดกีดขวางการจราจรนั้นออกจากบริเวณดังกล่าว เพื่อไม่ให้กีดขวาง จำเลยได้ทราบคำสั่งดังกล่าวแล้ว แต่จำเลยได้บังอาจไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งนั้นโดยไม่เคลื่อนย้าย อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ภายหลังจำเลยไม่ยินยอมลงจากรถยนต์และแสดงใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ต่อเจ้าหน้าที่ แล้วจำเลยยังบังอาจต่อสู้ขัดขวางโดยใช้กำลังประทุษร้ายใช้ขวดน้ำตีไปที่ใบหน้าของ ด.ต.สราวุธ หลายครั้ง จากนั้นจำเลยได้ลงจากรถยนต์มาใช้เท้าถีบไปที่บริเวณลำตัวของ ร.ต.อ.จักรพงศ์ 1 ครั้ง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 138, 368 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2526 มาตรา 4 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมาขอาญา (ฉบับที่ 22) พ.ศ.2558 มาตรา 6 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่20) พ.ศ.2560 มาตรา 5 คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 ข้อ 4

ชั้นสอบสวน จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลจึงพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138, 368 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ฯ จำคุก 1 เดือน และปรับ 2,000 บาท ฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานโดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควรปรับ 500 บาท รวมสองกระทงเป็นจำคุก 1 เดือน ปรับ 2,500 บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 15 วัน และปรับ 1,250 บาท

พิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา 29, 30

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้นักปวศ.ดัง แนะทลายวัฒนธรรม ‘ปู่โสมเฝ้าทรัพย์’ จี้หน่วยงานรัฐเอื้อประชาชนขอใช้ข้อมูล (ชมคลิป)
บทความถัดไป‘เซเรน่า’ร่วมลงขันนักกีฬาดาราดัง จัดตั้งทีมฟุตบอลหญิงแห่งแอลเอ