หนุ่มยูเครน ตกโรงแรมร้าง 17 ชั้น ที่เกิดเหตุไม่มีร่องรอยต่อสู้ ไม่ฟันธงพลัดตก-ฆ่าตัวตาย

30.07.20 | 11:27 น.

หนุ่มยูเครน ตกโรงแรมร้าง 17 ชั้น ที่เกิดเหตุไม่มีร่องรอยต่อสู้ ไม่ฟันธงพลัดตก-ฆ่าตัวตาย

เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 30 กรกฎาคม พ.ต.ท.ชัยณรงค์ คล้ายอุดม รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี รับแจ้งพบศพชาวต่างชาติเสียชีวิตอยู่หน้าโรงแรมร้าง “เซ้าเทิร์นสตาร์” เลขที่ 253 ถ.ชนเกษม ต.ตลาด เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ ธานี อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบและไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.ศิริชัย สุขสาตต์ ผกก.สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.ประวิทย์ เอ่งฉ้วน ผกก.สส.ภ.จว. สุราษฎร์ธานี เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 8 แพทย์เวรโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี กู้ภัยมูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี โดยมีนายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี รุดไปตรวจสอบด้วยตัวเอง

ที่เกิดเหตุเป็นบริเวณพื้นลานคอนกรีตด้านหน้าอาคาร ซึ่งเป็นโรงแรมร้างมากว่า 10 ปี พบศพนายโทมัค มิโกลา(Mr.TOMAK MYKOLA) อายุ 36 ปี สัญชาติยูเครน สวมกางเกงขายาวลายพราง เสื้อยืดคอกลมสีเขียวขี้ม้า ถุงเท้าดำ มีรองเท้าแตะแบบรัดส้น 1 ข้าง สภาพศพนอนหงายกะโหลกศีรษะด้านซ้ายยุบแตกสมองเลือดไหลนองพื้น และแขนขาหัก ห่างกัน 1 เมตร พบรองเท้าแตะอีก 1 ข้าง


พ.ต.อ.ศิริชัย กล่าวว่า เบื้องต้นจากการขึ้นตรวจสอบในบริเวณที่เกิดเหตุบนดาดฟ้าชั้นที่ 17 พบกระเป๋าเป้สะพายสีแดง 1 ใบ ภายในมีเสื้อผ้าของใช้ส่วนตัวและขวดเบียร์ 2 ขวด เสื้อแจ๊กเก็ตสีขาว 1 ตัว กุญแจรถจักรยานยนต์ 1 ดอก และกุญแจห้องพักโรงแรมไทยรุ่งเรือง เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ จึงให้ชุดสืบสวนเข้าตรวจสอบพบว่า นายโทมัค ได้ลงทะเบียนเข้าพักเมื่อคืนวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมากับผู้หญิงไทย 1 คน โดยระบุเดินทางมาจาก จ.ชุมพร มีรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น MSX สีดำ-ขาว ทะบียน 1กฐ 2410 ประจวบคีรีขันธ์ จอดอยู่ที่หน้าโรงแรม และวันที่ 29 ก.ค.ได้แจ้งขอพักแรมต่อคนเดียว

“จากการชันสูตรพลิกศพและตรวจสอบที่เกิดเหตุ เบื้องต้นไม่พบร่องรอยการต่อสู้ คาดว่าก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตเดินเท้ามาจากโรงแรมที่พักเดินขึ้นไปยังชั้นดาดฟ้าโรงแรมร้างที่เกิดเหตุและดื่มเบียร์ ก่อนตกลงมาจากที่สูงจนเสียชีวิต ซึ่งจะเร่งสอบสวนพยานแวดล้อมพร้อมประสานตรวจคนเข้าเมือง(ตม.) ตรวจสอบประวัติการเข้าเมือง และนำส่งศพชันสูตรอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตว่าเป็นการฆ่าตัวตายหรือมีเหตุฆาตกรรม” พ.ต.อ.ศิริชัย กล่าว