ทนายรณรงค์ ร้อง ป.ป.ช.ตั้งกรรมการไต่สวนเหตุทุจริตต่อหน้าที่ ในคดี ‘บอส’
เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เดินทางมาที่ ปปช.ถ.สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี เพื่อยื่นหนังสือกับ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เรื่องให้ตั้งคณะกรรมการไต่สวนเหตุทุจริตต่อหน้าที่ในคดีของนายวรยุทธ อยู่วิทยา อ้างถึง คดีอาญาที่ 632/2555 ระหว่าง พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ ผู้กล่าวหา กับ นายวรยุทธ อยู่วิทยา ผู้ต้องหาที่ 1, ดาบตำรวจวิเชียร กลั่นประเสริฐ ผู้ต้องหาที่ 2 ของสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ จากเหตุกรณ์ตามคดีที่อ้างถึง
ซึ่งปรากฏตามรายงานของสื่อมวลชนจากหลายสำนัก ถึงเหตุที่สำนักงานอัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา อันอาจกระทบกระเทือนต่อกระบวนการยุติธรรม และอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยซึ่งบัญญัติให้บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมายอันเป็นสิทธิพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นคนรวยหรือจนควรอยู่ภายใต้บรรทัดฐานกฎหมายดียวกัน ซึ่งจากกรณีดังกล่าว ซึ่งมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมว่า “คุกมีไว้ขังคนจน”
ทั้งนี้การสั่งคดีโดยใช้ดุลพินิจไม่ฟ้องของสำนักงานอัยการสูงสุดนั้น เป็นเหตุเคลือบแคลงใจของประชาชน ซึ่งมีเหตุอันควรสงสัยในหลายๆจุดตามที่สื่อมวลชนและนักกฎหมายหลายท่านได้ตั้งข้อสังเกตไว้ เช่น
1.) เหตุใดจึงมีการรับฟังน้ำหนักพยานบุคคลใหม่ที่ปรากฏในสำนวนซึ่งห่างกับระยะเวลาเกิดเหตุหลายปี มาประกอบดุลพินิจในการสั่งไม่ฟ้อง
2.) เหตุใดจึงเกิดความแตกต่างระหว่างผลคำนวณอัตราความเร็วระหว่างครั้งแรก ซึ่งคำนวณได้ 177 กม./ชม. และครั้งหลังซึ่งคำนวณได้เพียง 76 กม./ชม.
3.) พยานเอกสารผลตรวจร่างกายของโรงพยาบาลรามาธิบดี ที่ น.395/2555 ลงวันที่ 1 ตุลาคม 2555 ซึ่งระบุถึงสารแปลกปลอมในร่างกายของนายวรยุทธ อยู่วิทยา เหตุใดจึงไม่ถูกนำเข้าสำนวนเพื่อประกอบดุลพินิจในการสั่งคดีและยังมีข้อสังเกตุอีกหลายอย่างที่สังคมตั้งข้อสงสัย และเคลือบแคลงใจในคดีนี้ ถึงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ และเจ้าพนักงานอัยการในการทำสำนวนและสั่งคดี อันอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นในขบวนการยุติธรรมไทย ว่ามีการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 หรือกระทำการอย่างใด ๆ ในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบ เพื่อจะช่วยบุคคลใดมิให้ต้องโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 200 หรือมีการกระทำทุจริตต่อหน้าที่หรือไม่ เพื่อประโยชน์แห่ความยุติธรมและคงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 28 ขอให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติดำเนินการดังนี้
1) ขอให้สอบสวนข้อเท็จจริงในการยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมต่อคณะกรรมมาธิการกฎหมายของ สภานิติบัญญัติแห่ชาติ ที่มี พลร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ เป็นประธานกรรมาธิการ ของนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือตัวแทนของนายวรายุทธ อยู่วิทยา ว่ามีรายงานการประชุม และผลของการประชุมในเรื่องดังกล่าวว่าอย่างไร และมีความเห็นของกรรมาธิการว่าอย่างไร และในการสอบข้อเท็จจริง หรือในการประชุมในเรื่องดังกล่าวนั้น มีกรรมาธิการท่านใดเข้าร่วมประชุมบ้าง และเหตุใดจึงมีความเห็นให้อัยการสั่งสอบสวนเพิ่มเติม
2) ขอให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่ชาติ ตั้งคณะกรรมการไต่สวนคดีนี้ ว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือเจ้าพนักงานอัยการ ซึ่งดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองใด กระทำการอันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่
อย่างไร หากไต่สวนแล้วปรากฏว่ามีการทุจริตต่อหน้าที่ ขอให้ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป


