เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 29 กรกฎาคม ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร ผบช.ปส. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อาชวันต์ โชติกเสถียร พล.ต.ต.ชินภัทร สารสิน พล.ต.ต.เพชรัตน์ แสงไชย รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.ทนัย อภิชาติเสนีย์ ผบก.สกส. พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ ผบก.ปส.3 ร่วมกันแถลงผลการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 3 คดีผู้ต้องหาจำนวน 7 คนพร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 287 มัดเศษ รวมประมาณ 544,800 เม็ด ไอซ์ 16.44 กิโลกรัม รวมมูลค่า 86 ล้านบาท และของกลางอื่นๆที่ใช้ประกอบการผลิตอีกจำนวนมาก
คดีแรก พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ ผบก.ปส.3 พ.ต.อ.สมิต เชิงสะอาด รอง ผบก.ปส.3 และ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ร่วมกันจับกุมตัวนายโชคชัย หรือเล็ก รุ่งแสงโพธิ์ อายุ 35 ปี พร้อมยาไอซ์ น้ำหนักประมาณ 15.95 กิโลกรัม ยาบ้า 288,800 เม็ด รถยนต์ยี่ห้อ มิตซูบิชิ รุ่นปาเจโร่ สีดำ ทะเบียน ฆฒ 696 กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง และอุปกรณ์สำหรับผลิตยาเสพติด 30 รายการ โดยจับกุมตัวได้บริเวณป้อมยามหน้า เดอะ เฟิร์ส โฮม วงแหวน – ประชาอุทิศ 76 ต่อเนื่องบ้านเลขที่ 199/211 หมู่ 2 ต.บ้านคลองสวน อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 27กรกฎาคม ที่ผ่านมา
พล.ต.ต.พรชัย กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากสายลับว่า นายโชคชัย หรือเล็ก อดีตนักโทษเรือนจำบางบอน ข้อหาครอบครองยาบ้าและไอซ์ ไว้เพื่อจำหน่าย ได้พ้นโทษแล้ว แต่ยังลักลอบจำหน่ายยาเสพติด งถือว่าเป็นผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ฝั่งธนบุรี และพื้นที่สมุทรปราการ จึงสืบสวนทราบว่านายโชคชัย กำลังลำเลียงยาเสพติดจึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น พบยาบ้า และไอซ์ ของกลางซุกซ่อนอยู่ในรถยนต์ หลังจากนั้นได้ทำการขยายผลไปตรวจค้นภายในบ้านเลขที่ 199/211 หมู่ 2 ต.บ้านคลองสวน อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ พบอุปกรณ์การผลิตยาเสพติดของกลาง เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน ก่อนควบคุมตัวมาสอบสวนต่อที่ บช.ปส.3 ในเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่ามีอาชีพขับวินรถจักรยานยนต์ ย่านที่พัก และยาเสพติดของกลางทั้งหมดเป็นของตนเองซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่จะอยู่ย่านฝั่งธน และสมุทรปราการ แต่ในส่วนอุปกรณ์การผลิตที่ตรวจพบนั้นเป็นของเพื่อน ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดี
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า,ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฏหมาย ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.3 เพื่อสอบสวนขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป
คดีที่2พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ ผบก.ปส.3 และตำรวจสน.ประชาชื่น ร่วมกันจับกุมตัวนายนิรุต หรือ ท็อป เจิมศรี อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า,ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฏหมาย น.ส.พรรณวดี หรือใหม่ เจริญด้วยปัญญา อายุ 29 ปี และน.ส.อำไพ หนูสมจิต อายุ 61 ปี พร้อม ไอซ์ 0.49 กรัม อาวุธปืนสั้นไทยประดิษฐ์ แบบลูกโม่ ขนาด.38 จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 6 นัด โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง โดยสามารถจับกุมตัวได้บริเวณ หน้าบ้านเลขที่ 225/74 ซ.กรุงเทพฯ-นนทบุรี 56 แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ เมื่อเวลา 18.00น. 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา
พล.ต.ต.พรชัย เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สืบทราบว่านายนิรุต ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 161/2559 ได้หลบหนีมาพักอยู่บ้านแถวในซอยกรุงเทพฯ-นนทบุรี 56 แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ จึงลงพื้นที่สืบสวนหาข่าว จนเวลา 18.00น. วันที่ 27 กรกฎาคมพบนายนิรุต ขับรถยนต์เบนซ์ เข้ามาจอดที่หน้าบ้านเลขที่ 225/74 ซ.กรุงเทพฯ-นนทบุรี 56 แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ โดยมีน.ส.พรรณวดี นั่งมาด้วย เจ้าหน้าที่จึงเรียกให้หยุดและขอตรวจค้นแต่ทั้งสองไม่ยอมเปิดประตูรถ ระหว่างนั้นได้มีน.ส.อำไพ เดินมาที่รถแล้วแอบหยิบซองพลาสติกที่บรรจุยาไอซ์ ของกลางจากน.ส.พรรณวดี ไปก่อนจะเดินกลับเข้าบ้านไปที่ห้องน้ำภายในบ้าน เจ้าหน้าที่จึงติดตามไปตรวจยึดยาไอซ์ ของกลางได้ดังกล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฏหมาย กับน.ส.อำไพ และน.ส.พรรณวดี ส่วนนายนิรุต เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครองครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและโดยไม่มีเหตุอันควร เพิ่มอีก 1 ข้อหา ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.3 เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป
คดีที่ 3 พล.ต.ต.ทนัย อภิชาติเสนีย์ ผบก.สกส.บช.ปส. พ.ต.อ.นพดล นิลมานท์ พ.ต.อ.อนุรักษ์ ชาติสุวรรณ พ.ต.อ.หญิง เพชราภรณ์ มงพลเมือง รอง ผบก.สกส.บช.ปส. ร่วมกันจับกุมตัวนายคนึง ยุทหาญ อายุ 36 ปี ชาวจ.นครราชสีมา นายประสิทธิ์ เกตุเนียม อายุ 23 ปี ชาวจ.นครราชสีมา และนายศุภกร โคตรประทุม อายุ 19 ปี ชาว จ.นครราชสีมา พร้อมยาบ้า 286,000 เม็ด กระเป๋าเดินทางจำนวน 2 ใบ รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นแอคคอร์ด สีน้ำตาล หมายเลขทะเบียน ษง 2128 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่นวีโก้ สีดำ หมายเลขทะเบียน ผษ 6326 นครราชสีมา จำนวน 1 คัน โทรศัพท์มือถือจำนวน 6 เครื่อง โดยสามารถจับกุมได้บริเวณภายสถานีบริการน้ำมันพีที เลขที่ 72/4 หมู่ 3 ถนนปทุมธานี – บางปะหัน ต.เชียงรากใหญ่ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 27 กรกฎาคม ที่ผ่านมา
พล.ต.ต.ทนัย เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากสายลับว่านายคนึงจะลำเลียงยาบ้ามาจากชายแดนด้าน จ.นครพนม มาเก็บซุกซ่อนไว้ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี เพื่อรอส่งมอบให้ลูกค้าในพื้นที่ภาคใต้ และจังหวัดใกล้เคียง โดยจะใช้รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่นวีโก้ สีดำ หทะเบียน ผษ 6326 นครราชสีมา ขับนำหน้า และมีรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นแอคคอร์ด สีน้ำตาล ทะเบียน ษง 2128 กรุงเทพมหานคร ขับตามหลัง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เฝ้าติดตามพฤติการณ์มาโดยตลอด จนกระทั้งตามวันเวลาที่จับกุม พบรถทั้ง 2 คัน ขับมาตามเส้นทาง ถนนปทุมธานี-บางปะหัน เข้ามาจอดในปั๊มน้ำมันพีที เจ้าหน้าที่เชื่อว่ากลุ่มผู้ต้องหามีพฤติการณ์ลำเลียงยาเสพติดตามที่ได้รับรายงานมา จึงได้แสดงตัวตรวจค้นพบยาเสพติดของกลางวางซุกซ่อนอยู่ในช่องเก็บของท้ายรถยนต์เก๋งฮอนด้า ซึ่งมีนายศุภกร เป็นผู้ขับขี่ และจากการตรวจค้นรถยนต์กระบะซึ่งเป็นรถคันที่ขับนำพบนายคนึง และนายประสิทธิ์ อยู่ในรถ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางมาสอบสวนต่อที่ กก.สกส. เบื้องต้นจาการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตรงกันว่าก่อนหน้านี้ทำงานเป็นพนักงานรับติดตั้งตู้เอทีเอ็ม ให้กับธนาคารต่างๆ แต่รายได้ไม่พอจึงหันมาลักลอบขนยาเสพติดแทนโดยผู้ต้องหาทั้ง 3 คนจะไปรับยามาจากชายแดนด้าน จ.นครพยม ก่อนลำเลียงไปส่งให้ลูกค้ายังภาคใต้ ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2
พล.ต.ต.ทนัย กล่าวต่อว่า จาการสืบสวนทราบว่าขบวนการดังกล่าวมีการลักลอบขนยาเสพติดมามาแล้วครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ซึ่งขณะนี้มีเบาะแสของเครือข่ายยาเสพติดรายนี้แล้ว โดยทางการสืบสวนพบว่าอาจจะมีเจ้าหน้าที่รัฐบางคน คอยให้การช่วยเหลือ และจากการสอบสวนยังพบว่าเครือข่ายนี้ยังมีการเตรียมลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาอีกครั้ง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้มีการเฝ้าติดตามพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งหาว่า ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนบช.ปส.3 ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

