ตร.-แพทย์ สรุป ‘จารุชาติ’ เสียชีวิต ‘เลือดออกฐานสมอง-กระแทกอย่างแรง’ ไม่มีรอยถูกยิง
เมื่อเวลา 14.52 น.วันที่ 3 สิงหาคม 2563 ที่ห้องประชุมบุญสม มาร์ติน โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสาตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศ.นพ.บรรณกิจ โรจนาภิวัฒน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช. รศ.นพ.ชัยวัฒน์ บำรุงกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ รศ.พญ.กานดา เมฆใจดี หัวหน้าภาควิชานิติเวชศาสตร์ พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ต.อดุลย์ ดรุณเพท รอง ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.พิเชษฐ จีรนันติสิน พ.ต.อ.รณชัย รอดลอย ผกก.สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ พร้อมทีมสืบสวนตำรวจภูธรภาค 5 จังหวัดเชียงใหม่ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ และกองปราบปราม ร่วมกันประชุมหรือสรุปผลการสืบสวนสอบสวนและการผ่าชันสูตรพลิกศพ นายจารุชาติ มาดทอง พยานปากสำคัญในคดีบอส วรยุทธ อยู่วิทยา ทายาทกระทิงแดงขับรถชนเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต ซึ่งต่อมาได้เสียชีวิตหลังขับรถเฉี่ยวชนกับนายสมชาย ตาวิโน ซึ่งบาดเจ็บด้วยเช่นกัน โดยเป็นการชันสูตรเป็นครั้งที่สองหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งให้อายัดศพไว้ก่อนการฌาปนกิจที่ จ.เชียงราย บ่ายวานนี้
ต่อมา เมื่อเวลา 16.15 น. ได้มีการแถลงข่าวผลการเสียชีวิตของนายจารุชาติ มาดทอง ต่อสื่อมวลชนจำนวนมากที่มาเฝ้ารอผลการชันสูตร โดยมี พ.ต.ท.กฤช อาจสามารถ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 5 (เชียงใหม่) พร้อมเจ้าหน้าที่จากดีเอสไอ ร่วมสังเกตการณ์เพื่อรวบรวมข้อมูลและตั้งข้อสังเกตว่าจะมีความผิดปกติหรือไม่

ศ.นพ.บรรณกิจกล่าวว่า ผู้เสียชีวิตมาถึงห้องฉุกเฉิน คือมีการบันทึกว่าโคม่า ไม่มีชีพจร และแพทย์ช่วยปั๊มหัวใจเพื่อช่วยชีวิต 1 ชั่วโมง และจำเป็นต้องใส่ท่อที่ช่องปอดทั้งสองข้าง พยายามฟื้นฟูชีพแต่ไม่สามารถกู้ชีพขึ้นมาได้ คาดว่าจะเสียชีวิตก่อนส่งมาโรงพยาบาล ทำให้เวลา 03.00 น. มีการประกาศว่าเสียชีวิต และส่งไปแผนกนิติเวช และมีการดำเนินการตามขั้นตอนตามปกติตามแนวทางของแพทย์
รศ.พญ.กานดากล่าวว่า ในวันที่ 30 กรกฎาคม 2563 เวลา 10.00 น. มีการผ่าพิสูจน์พบบาดแผลถลอกเป็นปื้นใหญ่ที่ศีรษะซ้ายและบ่า มีเลือดออกที่ฐานสมองจำนวนมาก ซึ่งก้านสมองเป็นอวัยวะที่ดูแลควบคุมการทำงานของหัวใจ เลือดออกมาทำให้เสียชีวิตได้ค่อนข้างเร็ว กระดูกซี่โครงด้านหลังด้านซ้ายหลายซี่ และด้านหน้าหัก เข้าได้กับการปั๊มหัวใจ ไขมันพอกตับ คือม้ามแตก กะโหลกร้าว ก้านสมองหัก ม้ามแตก ซี่โครงหัก เลือดออกในช่องท้อง แต่วันนั้นไม่ได้ผ่าตรวจบริเวณลำคอ แต่เมื่อคืนที่รับศพกลับมาได้มีการเชิญ อ.หมอ ธวัชชชัย มั่นอ่ำ และแพทย์จากโรงพยาบาลนครพิงค์ มาผ่าตัดเพิ่มเติม ไม่มีรอยช้ำ หรือรอยการบีบคอ ไม่มีการทำร้าย
สรุปว่า การเสียชีวิตมาจากเลือดออกฐานสมองและช่องท้อง จากการพบรอยปื้นใหญ่บริเวณนี้ เหตุจากการเอาบ่าลงไปที่วัตถุไม่มีคม เกิดแรงสะบัด และปริที่เส้นเลือดบริเวณฐานสมอง เสียชีวิตเพราะการกระแทกอย่างแรง ไม่มีร่องรอยการถูกยิง ซึ่งสามารถให้เกิดการเสียชีวิตได้ ไม่ใช่การกระแทกแต่มาจากการสะบัดอย่างแรง ซึ่งเป็นไปได้มาจากการกระแทกกับพื้น สอดคล้องกับรอยครูดไปกับของแข็งครูดไปกับพื้น
“เปิดดูคลิปหลายรอบมาก พอมาดูเคส กลไกที่เสียชีวิต ไม่มีแรงกระแทกแต่เป็นแรงสะบัด ซึ่งไม่สัมพันธ์กับความเร็ว การมีแผลถลอกจำนวนมาก ซึ่งมีปฏิกิริยากับกล้ามเนื้อที่การเกร็งสูญเสียไป ทำให้สะบัดอย่างแรง ปกติตนเองเป็นคนค่อนข้างละเอียดดูจากรูปมากกว่า 100 รูป เพื่อดูให้ชัดทุกจุด เปิดปากดูว่าถูกชกมาหรือไม่ และการชันสูตรตอนแรกไม่ทราบว่าเป็นบุคคลในข่าว จนกระทั่งเวลา 15.30 น. จึงทราบว่าเป็นบุคคลในคดี”
รศ.พญ.กานดากล่าวว่า ส่วนการตรวจสอบสารอื่นในเลือด กำลังตรวจและรอผลที่ออกมา ซึ่งสามารถอธิบายได้ เพราะเบื้องต้นการตรวจสอบพบแอลกอฮอล์มากกว่า 218 ซีซี ส่วนเรื่องอื่นๆ หรือสารอื่นอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบ ส่วนที่ระบุว่าการดื่มเบียร์สองขวดนั้นไม่สามารถบอกได้ว่าความเข้มข้นและการเผาผลาญของแต่ละคนไม่เท่ากัน และการผ่าครั้งนี้เพราะได้รับคำสั่งให้ตรวจซ้ำ ตรวจเพื่อยืนยันว่าไม่มีอะไร และก็ไม่พบอะไรต่างไปจากเดิม บาดแผลสอดคล้องจากการเคลื่อนที่ของวัตถุไม่มีคม
ทั้งนี้ อ.ธวัชชัยกล่าวว่า วานนี้ได้มีการทำเอกซเรย์ตั้งแต่หัวถึงเท้าอีกรอบ ดูร่องรอยกระสุน ไม่มีโลหะในร่างกายเลย ผลการตรวจครั้งที่สองเหมือนครั้งแรก คือพบเลือดออกที่บริเวณรอบๆ ก้านสมอง ส่วนผลอื่นๆ ม้ามฉีก กระดูกซี่โครงหักเหมือนเดิม ขณะนี้ศพยังเก็บไว้ก่อนเพื่อรอลายลักษณ์อักษรจากครอบครัวก่อน แต่ไม่สามารถเป็นอาจารย์ใหญ่ได้เพราะมีการผ่าไปมาก อาจเก็บโครงกระดูกไว้ให้นักศึกษาได้เรียนรู้ต่อไป
พล.ต.ต.พิเชษฐกล่าวว่า การชี้แจงวันนี้แยก 3 ส่วน ส่วนแรกคือ ภาพรวมเหตุที่เกิดจากข้อมูลที่รับแจ้งและผลสุดท้าย จากการสืบสวนพิสูจน์ทราบก่อนเกิดเหตุมาจากไหน มาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร หลังเกิดเหตุเป็นมาอย่างไร มีการไล่ภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่าก่อนเกิดเหตุคือวันที่ 29 กรกฎาคม เวลา 22.00 น. เดินทางไปร้านอาหารพืชสวนโลก มาใช้บริการ ผู้บาดเจ็บเดินทางมาก่อน และนายจารุชาติตามมา และต่างคนต่างมา จนกระทั่งร้านปิด นายสมชายและนายจารุชาติออกมายืนนอกร้าน พูดคุยกัน ตรงกับคำให้การรู้จักในร้านและชวนไปสันติธรรม มีการขับรถตามกันมา นายสมชายนำและจารุชาติตามมา ตามถนนคันคลองเลี้ยวตัดเข้าถนนเชียงราย นิมมานเหมินท์ แยกรินคำ เลี้ยวขวาเข้าสู่ก้วยแก้ว จนกระทั่งแยกรินคำก่อนเลี้ยวขวา มีการจอดติดไฟแดง พอไฟเขียวนายสมชายยังขับนำหน้า ไม่มีรถคันอื่นขับนำหรือขับตามทั้งสองคันเลย จนกระทั่งเฉี่ยวชนกันในจุดเกิดเหตุ หลังเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัยเชิญมาสอบปากคำแล้ว ยืนยันตำแหน่งตรงตามข้อมูลก่อนนำตัวส่งไปรักษา
“การพูดคุยกับคุณแม่ไม่มีปัญหาอะไร ส่วนบุคคลอื่นที่ติดต่อไปหาคุณพ่อตอน 04.00 น.นั้นเป็นใครก็สามารถนำข้อมูลมาแจ้งเพื่อให้เจ้าหน้าที่สืบสวนต่อไปได้ แต่เบื้องต้นพ่อและแม่ไม่ได้แจ้งประเด็นนี้ให้ทราบ ส่วนประเด็นของการเฉี่ยวชนแล้วเสียชีวิต หากมีข้อสงสัยว่าไม่ได้เสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุ ส่วนการไปพักกับใคร ก็จะดำเนินการต่อไป หากมีข้อมูลเรื่องโทรศัพท์ที่สงสัยก็จะตรวจสอบต่อได้ ตราบใดในการตรวจทั้งหมดยังไม่ครบ ก็ต้องรอทั้งการพิสูจน์เรื่องรถ ความเร็ว หรือยังมีอีกหลายขั้นตอนที่ต้องดำเนินการต่อ แพทย์เองก็ไม่ได้ระบุว่าการตายมาจากอุบัติเหตุแต่มาจากสาเหตุใด”

พล.ต.ต.พิเชษฐกล่าวว่า สำหรับศพที่นำมาทำการตรวจเพิ่มเติม คุณแม่ประสงค์มอบให้โรงพยาบาลดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ไม่รับศพคืน และเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบเรื่องโทรศัพท์ของผู้ตาย เพราะน่าจะคนละเครื่องกับที่ลูกสาวนำมาให้ เช่นเดียวกับซิมการ์ดที่หายไปก็อยู่ระหว่างตรวจสอบ
พ.ต.อ.ศุภชัย หัวหน้าพิสูจน์หลักฐานเชียงใหม่ กล่าวว่า ในส่วนของการตรวจพิสูจน์หลักฐาน พบว่า จักรยานยนต์มีร่องรอยเฉี่ยวชน เขาหันได้ ไม่มีการสับเปลี่ยนรถ และขณะนี้นำชิ้นส่วนส่งตรวจในห้องแล็บ เพื่อตรวจสีและตรวจความเร็ว รอการยืนยันการตรวจพิสูจน์อีกครั้ง
พล.ต.ท.ประจวบกล่าวว่า ทุกส่วนร่วมคลี่คลายคดีเพราะเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกำชับมา และให้ชี้แจงได้ทุกกรณี ในแง่ของคดีที่มีคนสงสัยกรณีการทรงตัวและควบคุมตัวเองไม่ได้ของผู้ตาย ตอนเกิดเหตุรถไม่ได้ไถลไปไกลกว่านั้น แต่รถกระแทกด้านซ้าย ส่วนคู่กรณีคันหน้ามีแรงส่งและกระแทกเกาะกลางถนนก่อนล้มลง ผมไม่ทราบว่าก่อนหน้านั้นเขาอยู่กับใคร จนกระทั่งพบว่ามีการทำประกันสังคมกับบริษัทใดตามที่เป็นข่าว จากกล้องวงจรปิดที่พบน่าจะดื่มมาก่อนจากบ้านพักเลขที่ 33/3 ต.แม่เหียะ เวลา 22.05 น. ก่อนเดินทางมาร้าน ส่วนความสงสัยที่เกี่ยวพันกับบริษัทกระทิงแดงหรือไม่ เป็นอีกประเด็นที่พนักงานสอบสวนสามารถส่งข้อมูลเบาะแสมาให้ได้

