เมื่อเวลาประมาณ12.30น.วันที่2 กุมภาพันธ์นี้ที่ห้องประชุมชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดภูเก็ตนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพล.อ.สุรินทร์ พิกุลทอง ประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในที่อยู่อาศัยพื้นที่ทำกินและพื้นที่ทางจิตวิญญาณของชุมชนชาวเลมูลนิธิชุมชนไทย พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล ผู้บัญชาการสำนักคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ DSI อัยการจังหวัดเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดผู้แทนจาก สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ทัพเรือภาคที่ 3 ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตร่วมแถลงข่าวผลการประชุม
สำหรับผลการประชุมในวันนี้ในเรื่องของข้อพิพาทระหว่างบริษัทบารอน เวิลด์ เทรด จำกัด ผู้ถือครองเอกสารสิทธิ์ และชาวเลราไวย์ ในที่ดินแปลง จำนวน 33 ไร่เศษ จากบริเวณเส้นทางสัญจรเข้าออกไปยังบาลัยได้ข้อสรุป ใน 4 ประเด็น คือ
1.ให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์และเจ้าของที่ดิน เข้าตรวจสอบแนวเขตด้านหน้าชายหาดโดยดูแนวจริงของพื้นที่ ซึ่งโดยหลักการแล้วให้โต๊ะบาลัยอยู่ที่เดิม โดยเส้นทางเดิมจากพื้นที่อยู่อาศัยสามารถเข้าไปได้เหมือนเดิมเนื่องจากเส้นทางนี้ไม่ปรากฏอยู่ในเอกสารสิทธิ์ที่ดิน
2. แต่งตั้งคณะกรรมการ 1 ชุด นำโดยนายประเจียด อักษรธรรมกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ประชุมหารือ เพื่อวางหลักเกณฑ์เส้นทางที่ติดกับหลักโฉนดที่ดินของบริษัทบารอนเวิลด์ เทรด จำกัดไปจนถึงโต๊ะบาลัย และออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง หรือ นสล. ในพื้นที่ทั้งหมด โดยประสานงานให้ออกเป็นแนวยาวทั้งหน้าหาด คือมีความกว้างที่แคบสุดตั้งแต่ 1.20 เมตร ไปจนกว้างสุดถึง 3.10 เมตร จากแนวต้นมะขาม ไปจนถึง พื้นที่หลักเขตที่ดิน เป็นระยะทางยาวประมาณ 250 เมตร ที่เป็นพื้นที่หลังเขื่อนกั้นการพังทลายของชายฝั่ง ที่ถือเป็นพื้นที่สาธารณะอยู่แล้ว และในส่วนของการวางแผนการพัฒนาพื้นที่ต่อไป นั้น ให้นายอรุณ โสฬส นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ ทำหน้าที่ประสานงานสนับสนุนในพื้นที่ต่อไป
3.กรณีผู้แทนบริษัทบารอนเวิลด์ เทรด จำกัดที่เสนอที่ดินจำนวน 2 งานแก่ชาวไทยใหม่ราไวย์นั้น ชาวไทยใหม่ไม่สามารถย้ายโต๊ะบาลัยมาอยู่ที่ใหม่ได้ พร้อมกับขอให้บริษัท มอบที่จำนวน 2 งานข้างโต๊ะบาลัยเดิมแทน และนายชาตรี หมาดสตูล ตัวแทนบริษัทบารอน เวิลด์ เทรด จำกัดจะนำข้อเสนอนี้ เสนอต่อผู้บริหารในพิจารณาจัดสรรที่ดิน จำนวน 2 งาน โดยรอบโต๊ะบาลัย ให้กับชาวไทยใหม่ใช้ประโยชน์ร่วมกันต่อไป
4.สำหรับกรณีที่จะใช้สิทธิในกระบวนการยุติธรรม นั้น ชาวเลสามารถใช้สิทธิ์ในกระบวนการได้โดยการฟ้องร้องทางศาลปกครอง ในขณะที่บริษัทเอกชนเจ้าของที่ดิน สามารถใช้สิทธิ์การถือครองเอกสารสิทธิ์ที่ดินทางกระบวนการยุติธรรมได้เช่นเดียวกัน ทั้งนี้ ที่ดินแปลงดังกล่าวขณะนี้อยู่ในระหว่างการฟ้องร้องต่อศาล มีทั้งศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกา

นายจำเริญ ได้กล่าวยืนยันว่า ในกรณีที่มีการฟ้องร้องกันในชั้นศาลระดับต่างๆ นั้น จังหวัดภูเก็ตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะไม่เข้าไปก้าวล่วงใดๆ ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ส่วนจะมีการเผชิญหน้าหรือปะทะกันในระหว่างกลุ่มชาวไทยใหม่ราไวย์ กับพนักงานบริษัท บารอน เวิลด์ เทรด จำกัด ที่ว่าจ้างมารักษาความปลอดภัย หรือพัฒนาปรับปรุงพื้นที่ในปัจจุบัน ตนเอง เป็นชาวจังหวัดภูเก็ต จะไม่ยอมให้มีปัญหา ความรุนแรงเกิดขึ้นอีก
“สำหรับในวันนี้ ตัวแทนภาคเอกชน ที่อ้างกรรมสิทธิ์ เป็นเจ้าของโฉนดในที่ดิน ในพื้นที่ หมู่บ้านหรือชุมชนชาวไทยใหม่ราไวย์ เนื้อที่ประมาณ 19 ไร่เศษ มาพบผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตและคณะ เพื่อ ขอความเป็นธรรมด้วย เนื่องจาก บางรายรับมรดกที่ดินมา แต่ไม่สามารถดำเนินการพัฒนาหรือทำประโยชน์ในที่ดินได้ ในขณะที่ เจ้าของที่ดินบางราย ซื้อมาจาก กรมบังคับคดี ที่ขายทอดตลาด ในเรื่องนี้ ทราบว่า ได้ มาให้ ข้อมูลในฝ่ายเจ้าของที่ดินกับสื่อมวลชนด้วย ” นายจำเริญ กล่าว
ขณะที่รายงานระบุว่า ทายาทนายทัน มุขดี ผู้อ้างกรรมสิทธิ์ว่าเป็นเจ้าของที่ดินและเจ้าของที่ดิน รายอื่นๆ ประกอบไปด้วย นายวีระชัย ตันติวัฒนวัลลภ นางจินดารัตน์ ธรรมจักร นายสะเทือน มุขดี และนางกฤติยา เสงี่ยมกุล นำเอาโฉนดที่ดินโบราณ ของนายทัน มุขดี บุคีนายทน นางฮัว มุขดี และตัวอย่างเอกสารสำเนาการเช่าที่ดินของชาวไทยใหม่มาแสดงให้ ตัวแทนสื่อสารมวลชนพิจารณา โดยเอกสารระบุนายจิตร์ เซ่งบุตร เช่าอยู่อาศัยเป็นการชั่วคราวจากโฉนดที่ดินหมายเลข 8324ของนายทัน มุขดี ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2522 ถึงวันที่ 30 เมษายน 2523 โดยระบุในอัตราค่าเช่าเดือนละ 50 บาทในราคาปัจจุบันนี้ สื่อสารมวลชนเสนอข่าวสาร จนถูกสังคมพิพากษาแล้วว่าเป็นคนที่ไปฉ้อโกงที่ดิน มาตั้งแต่สมัยที่บรรพบุรุษ เป็นกำนันคนแรกของตำบลราไวย์ อำเภอเมืองภูเก็ต
ทั้งนี้ เจ้าของที่ดินบางรายระบุว่า หากนายทัน มุขดี ยังมีชีวิตอยู่ ปัจจุบันมีอายุ 100 กว่าปีแล้ว การกล่าวอ้างว่ากลุ่มชาวไทยใหม่ราไวย์เป็นเจ้าของที่ดินที่ดินเดิมนั้น ไม่น่าจะถูกต้อง เพราะ บรรพบุรุษแจ้งครอบครองเอกสารสิทธิ์ที่ดิน เมื่อครั้งที่ทางราชการให้แจ้งการครอบครอง ปี 2498 และ มีเอกสารสิทธิ์ สค.1 ไปยื่นขอเป็นโฉนดในเวลาต่อมา ส่วนบรรพบุรุษของชาวไทยใหม่ราไวย์นั้น อพยพเข้ามาขออยู่บนที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์ตั้งแต่ต้น โดยหลักฐานที่ชัดเจนคือ มารับจ้างปีนและเก็บมะพร้าว โดยมีหลักฐานที่คนในท้องถิ่น ราไวย์ภูเก็ต เรียกว่า ตั๋ว ของดั้งเดิม ที่มอบให้กับชาวไทยใหม่ เมื่อมารับจ้างปีนและเก็บมะพร้าว จะได้รับตั๋ว เมื่อเสร็จงาน จะนำเอาตั๋วไปแลกเป็นเงินค่าจ้าง ตามแต่ที่จะตกลงกันในสมัยนั้น
ทางด้านพ.ต.ท. ประวุธ วงศ์สีนิล ผู้บัญชาการสำนักคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ DSIกล่าวว่า มาร่วมประชุม รับฟังแนวทางการแก้ไขปัญหากับทางจังหวัดภูเก็ต ในวันนี้ ไม่อยากจะพูดอะไรอีก เพราะนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เลือกแก้ไขปัญหา โดยทางด้านการปกครอง และทาง DSI และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พยายามทำหน้าที่ตามบทบาทหน้าที่ ของตนเอง จบสิ้นแล้ว และขอให้จังหวัดภูเก็ตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการต่อไป

