จับแก๊ง’แม็ค มังกรดำ’-เครือข่ายค้ายาบ้า 1.5 แสนเม็ด ไอซ์ 4 กก. ค่า 10 กว่าล.-ส่งพัสดุให้ลูกค้าทางใต้

31.07.16 | 14:22 น.

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข พล.ต.ต.พูนทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ รองผบช.น. พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย ผบก.น.6 พ.ต.อ.สุวัฒน์ เกิดแก้ว ผกก.สส.บก.น.6 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.6 แถลงผลการจับกุมนายวัชรชัย เนตรโรจน์ หรือแม็ค อายุ 32 ปี และ น.ส.จุฑารัตน์ จุฑาทิพยกุล หรือหยก อายุ 26 ปี พร้อมยาไอซ์ 4.05 กก. ยาบ้า 150,928 เม็ด รถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค สีดำ ทะเบียน 2928 กรุงเทพมหานคร จักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซูเมอเอ๊กซ์ สีหลือง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และเงินสด 4,610,945 บาท โดยจับกุมได้ที่คอนโดแห่งหนึ่งย่านพระราม 9 แขวงและเขตห้วยขวาง กทม.


พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวว่า สืบเนื่องจากวันที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา เวลาประมาณ 02.40 น. ตำรวจ กก.สส.บก.น.6 ได้จับกุมนายภูมิสุข หรือวัฒน์ วาทหงส์ อายุ 46 ปี ได้ที่บริเวณริมทางเท้าถนนมหาราช แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กทม. ข้อหา “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย”

จากนั้นขยายผลจับกุมนายยุทธนา เอี่ยมสงคราม หรือเปี๊ยก อายุ 49 ปี ซึ่งเป็นคนปล่อยยาให้นายภูมิสุขได้ที่หน้าคลังสินค้า สนามบินดอนเมือง พร้อมยาไอซ์ 20 กรัม และแจ้งข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้สอบสวนนายยุทธนาจนสามารถขยายผลไปยังเครือข่ายนายแม็คลาดพร้าว หรือแม็ค มังกรดำ ซึ่งเป็นเอเยนต์รายใหญ่ย่านลาดพร้าว และจับกุมลูกน้องของนายแม็คซึ่งมีหน้าที่ส่งยาคือ น.ส.พรพรรณ หรือแนน แซ่ฉั่ว อายุ 26 ปี พร้อมด้วยของกลางยาไอซ์ จำนวน 20 กรัม และได้พาไปค้นห้องพัก พบยาไอซ์ รวม 87 กรัม และยาบ้า 2,070 เม็ด

ต่อมา น.ส.พรพรรณได้ให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ว่ายังมี น.ส.ณัฐนันท์ สังข์เรืองยศ หรือนุ่ม อายุ 26 ปี ซึ่งเป็นลูกน้องของนายแม็คเช่นกัน จนกระทั่งนำไปสู่การจับกุม น.ส.ณัฐนันท์ และ น.ส.กัลญา หรือหวาน บัวหลวง อายุ 26 ปี พร้อมของกลางยาไอซ์ จำนวน 226 กรัม ยาบ้า 1,770 เม็ด ซึ่งพบภายในห้องพักย่านรัชดา

Advertisement

พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังพบว่า น.ส.ณัฐนันท์เคยนำยาเสพติดส่งให้กับลูกค้าผ่านทางพัสดุอีเอ็มเอสทางภาคใต้ โดยส่งที่ไปรษณีย์ย่านดินแดง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการสืบสวนหาข้อมูลแหล่งที่พักของนายแม็ค กระทั่งทราบว่านายแม็คได้พักอาศัยอยู่ที่คอนโดแห่งหนึ่งย่านพระราม 9 ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้วางกำลังเพื่อรอทำการจับกุม กระทั่งพบนายวัชรชัย หรือแม็ค เนตรโรจน์ อายุ 32 ปี และได้นำพาตรวจค้นที่ห้องพักของนายแม็ค พบของกลางภายในห้องพักเป็นยาบ้า รวม 84,000 เม็ด และยาไอซ์อีก 3.5 กิโลกรัม เงินสด จำนวน 3 ล้านบาท พร้อมรถยนต์และจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่น่าจะได้มาจากการค้าขายยาเสพติด จากการซักถามขยายผลเครือข่ายของนายแม็ค ยังพบว่ามีลูกน้องที่ทำหน้าที่นำยาเสพติดไปส่งให้กับลูกค้าอีกรายคือนายอรุณ หรือปั๊ก ทำทอง อายุ 24 ปี ซึ่งพักอาศัยอยู่ที่คอนโด ซอยวิภาวดี 16 เจ้าหน้าที่จึงได้นำกำลังเข้าตรวจค้นภายในห้องของนายอรุณ พบยาไอซ์จำนวน 196 กรัม และยาบ้า จำนวน 2,488 เม็ด แต่ระหว่างการตรวจค้นนั้นนายอรุณสามารถหลบหนีออกไป

ก.5

จากสอบสวนทราบว่า ยาไอซ์ที่นายแม็คนำมาจำหน่ายให้กับลูกค้านั้น เป็นยาเสพติดที่ลำเลียงจากทางชายแดนไทย-พม่า โดยนำมาพักไว้ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการล่อซื้อยาเสพติดจากเจ้าของที่อยู่ทางภาคเหนือ กระทั่งสามารถตรวจยึดยาบ้าได้เพิ่มเติม จำนวน 60,000 เม็ด ซึ่งซุกซ่อนอยู่ในถุงผ้า โดยนำยาเสพติดดังกล่าวมาทิ้งไว้ที่จุดนัดหมาย บริเวณเสาไฟฟ้าริมถนน ต.สำโรงใต้ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ โดยไม่พบเห็นผู้นำยาเสพติดมาทิ้งไว้แต่อย่างใด

จากการสืบสวนและขยายผลเครือข่ายของนายแม็ค พบว่ามีหมายเลขบัญชีของบุคคล 4 ราย ได้แก่ นายทำนุ ชื่นหิรัญ อายุ 38 ปี, นางเรไร หาญสุวรรณ อายุ 49 ปี, นายพีรานะ พิกรมสุข อายุ 46 ปี และ น.ส.พรพรรณ แซ่ฉั่ว อายุ 30 ปี เป็นหมายเลขบัญชีที่นายแม็คแจ้งให้กับลูกค้า เพื่อให้โอนเงินค่ายาเสพติดเข้ามาในบัญชีดังกล่าว จากการสืบสวนพบว่ามีเงินประมาณ 7 แสนบาท อยู่ในบัญชีของนายทำนุ ซึ่งนายแม็ครับว่าเป็นเงินค่ายาเสพติดจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจยึดไว้เป็นของกลาง

นายวัชรชัยรับสารภาพเคยติดคุกในคดียาเสพติดมาแล้ว 9 เดือน หลังจากพ้นโทษออกมาก็ได้กลับมาจำหน่ายยาเสพติดโดยจะห่อยาบ้าใส่ในถุงสุญอากาศพร้อมห่อด้วยอะลูมิเนียมฟอยล์อีกหนึ่งชั้นเพื่อกันกลิ่นออก ก่อนที่จะส่งของให้ลูกค้าผ่านไปรษณีย์ โดยกลุ่มลูกค้าจะเป็นบุคคลที่แนะนำกันมาเป็นทอดๆ

พล.ต.ต.พูนทรัพย์กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 7 ราย หลบหนี 1 ราย และอยู่ระหว่างสอบสวนอีก 2 ราย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.เพื่อดำเนินคดีต่อไป