เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 31 กรกฎาคม ที่ สน.สมเด็จเจ้าพระยา พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบช.น. ในฐานะผู้ควบคุมการสืบสวนคดีคนร้ายประกบยิงท้ายทอย นายวีระ รอดพิทักษ์ หรือ “หน่อย โย่ง” อายุ 54 ปี อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคชาติไทย เขต 12 เสียชีวิตบริเวณลานจอดรถวัดทองเพลง ซอยเจริญนคร 14 ท้องที่ สน.สมเด็จเจ้าพระยา เมื่อเวลาประมาณ 04.00 น. วันที่ 30 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้เรียกประชุมนายตำรวจชุดคลี่คลายคดีเข้าหารือร่วมกัน ประกอบด้วย พล.ต.ต.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบก.น.8 พ.ต.อ.ประสงค์ อานมณี ผกก.สส.บก.น.8 พ.ต.อ.อนุรักษ์ ยศประสิทธิ์ ผกก.สน.สมเด็จเจ้าพระยา พ.ต.ท.วิชัย สนสกุล รอง ผกก.สส.บก.น.8 และเจ้าหน้าที่ฝ่าย
สืบสวนทั้งจาก บก.สส.บช.น. กก.สส.บก.น.8 และ สน.สมเด็จเจ้าพระยา โดยใช้เวลาหารือร่วมกันนานเกือบ 3 ชั่วโมง
พล.ต.ต.สุวัฒน์เปิดเผยว่า เดินทางมาติดตามความคืบหน้าซึ่งพบว่าทำไปพอสมควรแล้วแต่ยังติดปัญหาเทคนิคบางประการเช่นกล้องวงจรปิด คดีนี้เพิ่งเกิดขึ้นคงต้องขอเวลาสักระยะ เชื่อว่าไม่ยากเกินความสามารถของชุดคลี่คลายคดี เบื้องต้นนั้นขณะนี้มีแนวทางที่ชัดเจนขึ้น มุ่งให้น้ำหนักไปที่ชนวนสังหารตามคำสัมภาษณ์ของ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. แต่ไม่ได้ตัดประเด็นอื่นๆ ทิ้งไป เพียงแต่กำลังให้น้ำหนักความสำคัญจากมากไปหาน้อย สำหรับกระสุนที่ฝังในท้ายทอยผู้ตาย วันนี้แพทย์ผ่าออกจากร่างกายแล้วแต่ต้องรอผู้เชี่ยวชาญนำไปเปรียบเทียบในสารบบอีกครั้งเพื่อยืนยันว่าเป็นปืนขนาดใด
“ผมไม่สามารถให้ข้อมูลได้มากเนื่องจากอาจกระทบต่อรูปคดี เพียงแต่บอกได้ว่าคดีนี้ผู้ต้องสงสัยมีมากกว่า 1 คน และจะยังไม่รีบร้อนทำการออกหมายจับจากภาพวงจรปิด เพราะไม่อยากกดดันคนทำงานและต้องการหาพยานหลักฐานให้ชัดเจนมากกว่านี้ ซึ่งจะเข้ามาติดตามความคืบหน้าทางคดีด้วยตัวเองทุกวัน จนกว่าจะสามารถจับกุมคนร้ายได้” รอง ผบช.น.กล่าว
รายงานแจ้งว่าในวันนี้ชุดคลี่คลายคดีได้เรียกตัวพยานปากสำคัญ 1 ราย ซึ่งเป็นผู้เห็นรถเก๋งต้องสงสัย ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ซ สีบรอนซ์เงิน ไม่ทราบทะเบียน มาจอดบริเวณหน้าวัดก่อนเกิดเหตุประมาณ 15 นาที โดยหลังสิ้นเสียงปืนพยานระบุว่าในรถดังกล่าวมีคนขับและผู้โดยสาร นั่งอยู่ในห้องโดยสารรวม 4 คน จุดสังเกตคือคนขับและคนที่นั่งข้างๆ ซึ่งปรับเบาะในลักษณะเอนนอนนั้นสวมหมวกแก๊ปทั้งคู่ ตามแนวทางการแกะรอยรถคันดังกล่าวจากกล้องวงจรปิดละเเวกจุดเกิดเหตุ พบว่ารถของกลุ่มผู้ต้องสงสัยคันนี้ขับออกจากวัดทองเพลงมุ่งหน้าเข้าถนนเจริญนคร ผ่านถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน แล้วกลับรถหลบหนีหายไปทางถนนราชพฤกษ์มุ่งหน้าไปทางกัลปพฤกษ์-วงเวียนพระราม 5 อย่างไรก็ตามยังต้องใช้เวลาตรวจสอบกล้องวงจรปิดอีกสักระยะเพื่อหาจุดหมายของรถต้องสงสัยเนื่องจากต้องประสานกับผู้รับผิดชอบกล้องหลายฝ่าย ประกอบกับช่วง 1-2 วันนี้เป็นวันหยุดราชการ

