ศาลเสนอกฎหมาย ให้รางวัลนำจับ ผู้ชี้เบาะแส จำเลยหนีประกันระหว่างพิจารณาคดี

31.07.16 | 17:51 น.

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม นายอธิคม อินทุภูติ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เปิดเผยถึงการแก้ไขกฎหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของศาลยุติธรรม ว่า ศาลได้เสนอร่างกฎหมายหลายฉบับ โดยเฉพาะร่างกฎหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้กฎหมาย ให้ศาลมีอำนาจจ่ายรางวัลแก่ผู้ชี้เบาะแสจำเลยที่หลบหนีหลังได้รับการปล่อยชั่วคราว น่าจะทำให้ติดตามตัวจำเลยกลับมาเข้าสู่กระบวนการพิจารณาได้มากขึ้น โดยร่าง พ.ร.บ.เสริมสร้างประสิทธิภาพในการบังคับตามคำสั่งศาลในคดีอาญา พ.ศ…ซึ่งมีเนื้อหาการเสนอให้รางวัลนำจับ จำเลยที่หลบหนีประกันตัวระหว่างพิจารณาให้กับประชาชนที่ชี้เบาะแส และเจ้าพนักงานที่นำจับ ครม.ได้รับหลักการแล้ว อยู่ระหว่างส่งให้ สนช.พิจารณา เหตุที่ต้องดำเนินการเรื่องนี้ เพราะที่ผ่านมา สถิติทางคดีพบว่า มีจำเลยหลบหนีชั้นประกันตัว ระหว่างการพิจารณาและการพิพากษา เพิ่มขึ้น ซึ่งขณะนี้ถึง 27,000ราย โดยจำเลยที่หนีส่วนหนึ่ง มีผู้มีฐานะทางเศรษฐกิจดี ซึ่งการหลบหนีเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไข จึงเชื่อว่าการเสนอกฎหมายตั้งรางวัลนำจับนี้ จะช่วยแก้ปัญหาได้


นอกจากนี้ยังได้แก้กฎหมายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมในเรื่องขอปล่อยชั่วคราวด้วย โดยให้ใช้กำไลอิเล็คทรอนิกส์ (EM) ในการอนุญาตปล่อยชั่วคราว เพื่อให้ผู้ที่ยากจนได้รับการปล่อยตัวได้มากขึ้น และสร้างความมั่นใจให้กับผู้พิพากษาในการใช้ดุลพินิจในการปล่อยชั่วคราวจำเลย โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนเตรียมการใช้งาน เบื้องต้นจะนำร่องในศาล 12 แห่ง ได้แก่ ศาลอาญา ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลอาญาธนบุรี และศาลจังหวัด 9 ภาค ซึ่งคาดว่าจะเริ่มใช้ได้จริงหลัง เดือนตุลาคมและจะนำมาใช้กับคดีค้ามนุษย์ด้วย

นายอธิคม กล่าวอีกว่า เร็วๆนี้ ศาลยุติธรรมจะขยายระบบทนายขอแรงในคดีทุกระดับอัตราโทษไม่ว่าโทษหนัก หรือเบา รวมทั้งทนายความขอแรงในชั้นฝากขัง และการยื่นคำร้องขอให้ปล่อยตัวบุคคลจากการจับกุมคุมขังที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายด้วยได้ ส่วนศักยภาพของทนายความขอแรงนั้นศาลกำลังหารือกับสภาทนายความอยู่??โดยศาลยุติธรรมให้ความสำคัญของสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องหา จำเลย และผู้เสียหาย ดังนั้นจึงพยายามให้ทั้งสองฝ่ายได้มีการไกล่เกลี่ยเจรจากันเพื่อบรรเทาผลร้าย รวมทั้งจะเพิ่มช่องทางสื่อสารระหว่าง ผู้ต้องหาและจำเลยให้มีโอกาสพบญาติและได้ปรึกษาทนายความ ให้มากขึ้นอีกด้วย

ขณะที่นายชาญณรงค์ ปราณีจิตต์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ประจำสำนักประธานศาลฎีกา กล่าวถึงเรื่องร่างกฎหมายรางวัลนำจับจำเลยที่หนีประกันด้วยว่า กระบวนการยุติธรรมมีจุดอ่อน ซึ่งจำเลยคดีอาญา จะมี 2 วิธีที่หลบหนี คือ1.เบี่ยงเบนไม่ให้คดีขึ้นสู่ศาล และ 2 หนีเมื่อคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ในส่วนที่จำเลยหลบหนีระหว่างการพิจารณาคดีของศาลเป็นปัญหาที่ศาลจะต้องแก้ไข โดยสถิติตั้งแต่ปี 2555-2558 มีจำเลยที่ศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวแล้วหลบหนี ประมาณ 27,000 ราย และส่วนใหญ่เป็นจำเลยที่มีภาระ ศาลจึงได้แก้ไขกฎหมายให้จำเลยที่หลบหนีคดีต้องไม่ได้รับประโยชน์จากเวลาที่หลบหนี เพราะคดีจะไม่ขาดอายุความ และศาลมีอำนาจสืบพยานลับหลัง รวมทั้งพิจารณาลงโทษจำเลยที่หลบหนีไม่มาฟังการพิจารณาและพิพากษาของศาลได้ และหากจะยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาจำเลยต้องกลับมาแสดงตน แต่ก็ยังไม่เพียงพอ จึงต้องวางแนวทางเพื่อติดตามตัวจำเลยที่หลบหนีกลับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ที่ต่างประเทศจะมี Court Marshal หรือตำรวจศาลติดตามตัวจำเลย แต่ในส่วนของไทยไม่มี จึงต้องขอความร่วมมือจากภาคสังคมให้แจ้งเบาะแสจำเลย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัว ซึ่งศาลจะมีสินบนให้ผู้ที่แจ้งเบาะแส และมีรางวัลให้เจ้าหน้าที่ที่จับกุมจำเลยได้ โดยใช้เงินจากค่าปรับคดีอาญา ไม่ใช่เงินงบประมาณ แต่การกำหนดอัตราเงินสินบนจำนวนเท่าใด จะต้องหารือกับทางกระทรวงคลังอีกครั้ง

Advertisement