วันที่ 20 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานหลังจากมีข่าวแจ้งกลุ่มคนร้ายอาร์เคเค ยังคงเคลื่อนไหวเตรียมก่อเหตุรุนแรงต่อบโต้ฝ่ายทหารหลังจากแกนนำและกองกำลังฝ่ายตนสูญเสียกำลังถูกวิสามัญไปถึง 7 ราย และจากการเข้าเคลียรพื้นที่ในบริเวณป่าละเมาะ รอบๆจุดปะทะ พบจุดที่คนร้าบซุกซ่อนวัตถุประกอบระเบิดจำนวนมาก ถึง 9 จุด พบพยานวัตถุหลักฐาน อุปกรณ์ประกอบระเบิด ไปปบอมบ์ เหล็กเส้นตัด เชื้อปะทุ โทรศัพทมือถือและอื่นๆ ถูกเก็บไว้ในถังพีวีซี ที่ได้ขุดหลุมไว้
ซึ่งเมื่อช่วงที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ฉก.ทพ.22, จนท.ตร.สภ.แม่ลาน, และฝ่ายปกครอง อ.แม่ลาน ยังคงปฎิบัติการค้นหาและเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น ได้เข้าทำการตรวจสอบเพิ่มเติมอีก เข้าค้นพิสูจน์ทราบวัตถุต้องสงสัยอีก ที่บริเวณริมชายป่าติดกับถนนเรียบคลองชลประทาน พื้นที่เขตรอยต่อระหว่าง บ้านเกือลองแตยอ ต.ม่วงเตี้ย – บ.วังกว้าง ม.5 ต.ป่าไร่ ในพื้นที่ บ้านวังกว้าง ม.5 ต.ป่าไร่ อ.เเม่ลาน จ.ปัตตานี
ซึ่งต่อมา จนท.ชุดอีโอดี จากกองพิสูจน์ทราบขั้นต้น ตรวจพบสิ่งอุปกรณ์แผงวงจร จำนวน 18 ชิ้น ประกอบพร้อมใช้งาน จำนวน 1 ชุด เชื้อประทุจำนวนหนึ่ง โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ ซัมซุงฮีโร่ จำนวน 1 เครื่อง ถ่าน AA และถ่าน 9 โวล์ต ประกอบชุด จำนวนหนึ่ง วิทยุสื่อสาร จำนวน 2 เครื่อง แบตเตอรี่วิทยุสื่อสาร จำนวน 5 ก้อน ท่ออลูมิเนียมตัดสั้น จำนวน 3 ชิ้น ซึ่งชุดพิสูจน์หลักฐาน(สพฐ.10) เข้าพิสูจน์ทราบพร้อมเก็บหลักฐานพร้อมเก็บ สารพันทาง DNA เพื่อพิสูจน์ทราบต่อไป
ทั้งนี้ได้ ออกหมายจับผู้ต้องสงสัยเพิ่มอีก 6 คนกลุ่มเคลื่อนไหวเขตอฺโคกโพธิ์ สะบ้าย้อย กรงปีนัง คดีกลุ่มก่อความไม่สงบถล่มจุดตรวจ ชรบ.ลำพระยา เสียชีวิต 15 ราย นอกจากนี้ศาลยังออกหมายจับผู้ต้องสงสัยเพิ่มอีก 6 คน ตามหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ในสถานที่เกิดเหตุ มีรายชื่อได้แก่ 1.นายอิสดีซาน กาซอ 2.นายพรุกอน บือราเฮง 3.นายอัซฮา ดือง๊ะ 4.นายฮีลมี ยี่เลาะ 5.นายอุสมาน นิแว และ 6.นายมะอีซอ เจ๊ะโซ

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ออกแจ้งเตือนว่า ปรากฏความเคลื่อนไหวของสมาชิก ผกร. ของเครือข่ายนายอาดูนัน อาแว สมาชิกปฏิบัติการ มีแผนเตรียมก่อเหตุลอบวางระเบิดแสวงเครื่องบริเวณภายในเขตเทศบาลตำบลบ่อทอง อ.หนองจิกฯ และบริเวณบนถนนสาย 43 พื้นที่เพ่งเล็ง/เฝ้าระวัง บริเวณถังขยะ และกระถางต้นไม้ดอกไม้ประดับหน้าร้านค้า ของเจ้าหน้าที่ และของราษฎรไทยพุทธ และลอบยิงราษฎรไทยพุทธ เน้นบริเวณบนถนนสาย บ่อทอง – ยาบี ในพื้นที่ระหว่าง บริเวณเส้นทางห่างจากหมู่บ้าน/ชุมชน เขตบ้านปาแดลางา ต.ปุโละปุโย – บ้านท่ากูโบ ต.ลิปะสะโง อ.หนองจิกอีกด้วย
ด้านนักวิชาการ รศ.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ผอ.ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ ให้ความเห็นว่า สถานการณ์ใต้ยังคงต้องเฝ้าระวังกันต่อไป เพราะคาดว่าความรุนแรงยังคงส่อเค้าว่าจะมีอีกต่อไป หลังจากมีเหตุใหญ่ก็อาจเงียบบหายไปสักพัก แล้วจะกลับมาอีก และยังจะมีอย่างต่อเนื่องหลังจากนี้ เพราะเกิดมีเหตุการณ์ใหญ่ที่ผ่านมา การปะทะ กลุ่มกองกำลังสูญเสียกองกำลังไปแล้วหลายราย ฝ่ายต่อต้านรัฐต้องตอบโต้กลับ เพื่อแสดงประสิทธิภาพของฝ่ายตน และจะมีการคิดแผนตอบโต้ที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น เดาได้ยากขึ้น ว่าจะก่อเหตุอย่างไรอีก เพราะเป็นการต่อสู้ที่ไร้รูปแบบ จะเกิดพื้นที่ไหนอีกนั้นเดาได้ยากขึ้น
ส่วนด้านแผนการเจรจาพูดคุย ในช่วงนี้ประเทศมาเลเซียเกิดภัยโรคระบาดอีกครั้ง ยังต้องปิดประเทศต่อไปอีก หากยังไม่มีความคืบหน้า ต้องหยุดพักอย่างนี้ ฝ่ายปฎิบัติการต่อต้านที่ไม่ได้ให้น้ำหนักกับโต๊ะเจรจาอยู่แล้ว ก็จะหาแผนการต่อสู้อย่างหนักต่อไป การต่อสู้ทางอาวุธของทั้ง 2 ฝ่าย จะกลับมารุนแรงเหมือนเดิม วนเวียนอยู่อย่างนี้



