ตะลึง! เครือข่ายยาเสพติดสั่งซื้อปืนอาก้าทางไลน์

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 20 สิงหาคม 2563 ที่หน้ากองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 41 (กก.ตชด.41) ต.ขุนกระทิง อ.เมือง จ.ชุมพร พ.ต.อ.สมชาย ศรีศรยุทธ์ ผกก.ตชด.41 พร้อมด้วย ร.ต.อ.เพิ่มศักดิ์ สองแก้ว หัวหน้าศูนย์ปราบปรามยาเสพติด (หน.ศป.ปส.) กก.ตชด.41 ร.ต.ท.ชัยยะ สิทธิจันทร์ หัวหน้าชุดปฏิบัติการข่าว (หน.ชปข.) ศป.ปส.กก.ตชด.41 เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษ กก.ตชด.41 เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว 2 กก.2 ทท.3 และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญ สรุปได้ว่า

เจ้าหน้าที่ ชปข.ศป.ปส.กก.ตชด.41 สืบทราบว่านายสว่างพงษ์ หรือพงษ์ ภู่สุวรรณ อายุประมาณ 20-25 ปี อาศัยอยู่ในพื้นที่ ต.นาทุ่ง อ.เมือง จ.ชุมพร มีพฤติการณ์เสพยาเสพติด และลักลอบจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า และ ไอซ์) ให้กลุ่มผู้เสพและผู้ค้ารายย่อยใน ต.นาทุ่ง อ.เมือง จ.ชุมพร และพื้นที่ใกล้เคียงเป็นประจำ จากนั้นวันที่ 18 สิงหาคม 2563 เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับว่านายสว่างพงษ์นัดหมายส่งมอบยาเสพติดให้ลูกค้าในช่วงเวลา 11.00-12.00 น. ที่ริมถนนในซอยป่าเป้ง 2 ต.นาทุ่ง อ.เมือง จ.ชุมพร จึงวางแผนเข้าตรวจสอบ

พบนายสว่างพงษ์นั่งอยู่ในรถยนต์ ซึ่งเป็นรถที่ตรงกับลักษณะที่ได้รับแจ้งจากสายลับ แต่เมื่อเข้าตรวจสอบไม่พบยาเสพติดหรือสิ่งผิดกฎหมายในตัวนายสว่างพงษ์ และเมื่อตรวจสอบในรถยนต์ของนายสว่างพงษ์พบยาบ้าจำนวน 50 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในพรมบุหลังคารถยนต์ นายสว่างพงษ์ยอมรับว่ากำลังนำยาเสพติดไปส่งให้ลูกค้าใน ต.นาทุ่ง และยาเสพติดทั้งหมดรับมาจาก นายชานนท์ หรือ หม่อง ครุฑเผือก อาศัยอยู่ใน ต.เขาไชยราช อ.ปะทิว จ.ชุมพร

จากนั้น เจ้าหน้าที่จึงให้นายสว่างพงษ์ติดต่อนายชานนท์ว่าจะนำเงินค่ายาเสพติดไปให้นายชานนท์ พร้อมสั่งยาเสพติดชุดใหม่ ซึ่งนายชานนท์บอกให้นายสว่างพงษ์เข้ามาที่บ้านพัก ต.เขาไชยราช เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมและนายสว่างพงษ์จึงได้เดินทางไปที่บ้านดังกล่าว พบนายชานนท์และเพื่อนๆ นั่งอยู่ในบ้าน ตรวจค้นภายในบ้านพบยาบ้า 4,198 เม็ด ยาไอซ์หนัก 107.34 กรัม อาวุธปืนและเครื่องกระสุนหลายรายการ พร้อมเงินสดจำนวน 15,000 บาท

เมื่อตรวจสอบข้อมูลการใช้โทรศัพท์ของนายชานนท์ พบข้อความซื้อขายยาเสพติดและภาพถ่ายอาวุธปืนอาก้า (AK47) โดยนายชานนท์ยอมรับว่ามีอาวุธปืน AK47 ซุกซ่อนไว้ในสวนปาล์ม และมียาเสพติดฝังอยู่ในสวนยางใกล้ๆ สวนปาล์มด้วย

ซึ่งนายชานนท์อ้างว่า สั่งซื้ออาวุธปืน AK47 ทางแอพพลิเคชั่นไลน์จากคนขายที่ไม่ทราบชื่อ และจัดส่งโดยบริษัทจัดส่งพัสดุเอกชนแห่งหนึ่ง ส่วนยาเสพติดสั่งซื้อจากนายบิ๊ก ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง อยู่ใน อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ นายอภิสิทธิ์ หรือ บอย จันทร์แดง อยู่ใน ต.ปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร เจ้าหน้าที่จึงบุกเข้าตรวจสอบบ้านพักของนายอภิสิทธิ์ พบยาบ้า 1,400 เม็ด นายอภิสิทธิ์ให้การว่ารับยาบ้ามาจาก นายกอล์ฟ ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง ใน อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะสืบสวนขยายผลเพื่อติดตามผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีต่อไป

พ.ต.อ.สมชายกล่าวว่า นอกจากยาเสพติดทั้งยาบ้า ยาไอซ์ อาวุธปืน และเครื่องกระสุน ที่เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดได้แล้ว สิ่งที่น่าตกใจก็คือ ผู้ต้องหาระบุว่าสั่งซื้ออาวุธสงครามคือปืน AK47 ทางแอพพลิเคชั่น ไลน์ ในราคากระบอกละ 50,000 บาท และมีการจัดส่งกันโดยบริษัทรับส่งสินค้าเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งถือว่าน่ากลัวมาก สำหรับอาวุธปืน AK47 ที่ยึดได้ในครั้งนี้ ถึงแม้จะมีสภาพเก่า อักษร ตราประทับต่างๆ บนอาวุธปืนจะเลอะเลือนจนแทบอ่านไม่ได้ แต่นายชานนท์ยืนยันว่ายังสามารถใช้งานได้ เพราะเคยนำไปทดลองยิงต้นไม้ในสวนปาล์มมาแล้ว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้พัทลุงพร้อมจัดวิ่งเทรล รายการ Ultra Trail Thailand 2020 Series #01 Phatthalung 26-27 ก.ย. นี้
บทความถัดไปฮือฮา เศรษฐีชาวสิงคโปร์จ้างหนังกลางแปลงฉายให้ผีไร้ญาติดูที่โคราช 10 คืน