แม่ทัพภาค 2 เปิดยุทธการสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดน

20.08.20 | 12:55 น.

แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดยุทธการสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หลังพบลักลอบนำเข้ายาเสพติดตามแนวชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือในปริมาณมากและมีความถี่สูง

เมื่อเวลา 10.40 น.วันนี้ (20 สิงหาคม 2563) ที่หอประชุมประจักษศิลปาคม ศาลากลางจังหวัดหนองคาย พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานในพิธีเปิดเปิดยุทธการสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ


สืบเนื่องจากสถานการณ์ยาเสพติดในห้วงที่ผ่านมา มีการลักลอบนำเข้ายาเสพติดตามแนวชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือในปริมาณมากและมีความถี่สูง ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงได้ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 4 จึงได้จัดประชุมหารือกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง กับการแก้ไขปัญหายาเสพติ เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมศูนย์การฝึกนักศึกษาวิชาทหารมณฑลทหารบกที่ 23

โดยมีข้อสรุปในการหารือร่วมกันว่า ให้มีการเพิ่มมาตรการในการสกัดกั้นยาเสพติด จึงได้วิเคราะห์พื้นที่ปฏิบัติการ และกำหนดพื้นที่เพ่งเล็งและพื้นที่เฝ้าระวังร่วมกัน จากนั้นศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดชายแดนภาคตะวันออกเฉียง เหนือ ได้นำผลจากการวิเคราะห์พื้นที่ปฏิบัติการ มาจัดทำคำสั่งเป็นส่วน ๆ โดยมีแนวคิดในการปฏิบัติด้วยการบูรณาการการใช้กำลังจากทุกภาคส่วน เพื่อป้องกัน ปราบปราม และสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่เพ่งเล็ง โดยการปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ มีหน่วยร่วมปฏิบัติ จำนวนทั้งสิ้น 17 หน่วย

พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 ได้กล่าวภายหลังเปิดยุทธการสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ว่า ต้องยอมรับว่าในพื้นที่ภาค 2 มีสถิติการลักลอบนำเข้ายาเสพติดที่น่าเป็นห่วง ป.ป.ส.ภาค 3 และ ป.ป.ส.ภาค 4 จังได้มีการหารือร่วมกัน อีกทั้งยังได้รับนโยบายจากรัฐบาลและ ป.ป.ส.ใหญ่ ให้ทุกหน่วยร่วมกันแก้ไขปัญหาการลักลอบยาเสพติดที่เกิดขึ้นในช่วงนี้

Advertisement

จึงได้มีการเปิดยุทธการที่ได้มีการดำเนินการมาแล้วในหลายพื้นที่ แต่ในพื้นที่จังหวัดหนองคายที่ได้เลือกในการเปิดยุทธการฯในครั้งนี้ เนื่องจากพบว่าในช่วงหลังนี้ สถิติการลักลอบนำเข้ายาเสพติดที่ผ่านพื้นที่จังหวัดหนองคายมีมากขึ้น จึงได้มีเปิดยุทธการฯในวันนี้ขึ้น เพื่อให้เห็นว่าการปฏิบัติการในครั้งนี้ ความตั้งใจของกำลังพลทุกส่วนต้องการแก้ไขปัญหาและหยุดปัญหาลักลอบนำเข้ายาเสพติดตามพื้นที่ชายแดนให้ได้มากที่สุด

แม่ทัพภาคที่ 2 ได้กล่าวต่อไปอีกว่า ต้องยอมรับว่าการป้องกันการลักลอบนำเข้ายาเสพติด กำลังเจ้าหน้าที่จะเป็นฝ่ายตั้งรับ ในขณะที่ขบวนการลักลอบฯมีเทคนิค วิธีการและมีความพร้อมในหลายอย่าง ประกอบกับพื้นที่ปฏิบัติการกว้างเมื่อเทียบกับกำลังเจ้าหน้าที่ที่มีอยู่ ดังนั้นจึงต้องมีการบูรณาการกันให้ได้ เพื่อจะได้ทำงานร่วมกัน แต่ละหน่วยงานมีกฎหมายที่แตกต่างกัน จึงต้องช่วยกัน

โดยกองทัพจะเป็นเจ้าภาพในการบูรณาการ พื้นที่จุดใดที่มีความสำคัญก็จะมีการเปิดยุทธการฯให้มากขึ้น มีการใช้กำลังจากหลายส่วนเข้ามาร่วมกัน อย่างเช่นที่หนองคาย ก็มีการกำลังจากหลายส่วน หวังผลสัมฤทธิ์ในการหยุดปัญหาการลักลอบขนยาเสพติดให้ได้ ซึ่งขั้นต้นในการดำเนินยุทธการ เป็นระยะเวลา 2 เดือน แต่ยุทธการฯมีการดำเนินการตลอดทั้งปีอยู่แล้ว แต่ในการดำเนินการครั้งนี้ เนื่องจากเห็นว่าขบวนการลักลอบขนยาเสพติดมีการดำเนินการหลายครั้งและมีปริมาณยาเสพติดค่อนข้างมาก เราจึงมีความจำเป็นต้องเปิดยุทธการให้มีความต่อเนื่อง แสดงกำลังให้มากที่สุด เพื่อต้องการหยุดปัญหา