เพื่อนบ้านครอบครัวเด็กพิการที่ถูกตา 65 ปีข่มขืนจนท้องได้ 7 เดือนเผย ปกติครอบครัวนี้ยากจนแทบไม่มีกิน แถมยังโดนทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจแบบมีเงื่อนไง คือต้องมีภาระเลี้ยงดูสมาชิกที่จะออกมาอีก พร้อมระบุสาเหตุที่เด็กไปขอเงิน 20 บาท คืออยากกินขนมเหมือนเพื่อนๆ
วันที่ 27 ส.ค. กรณีเด็กหญิงพิการทางสมองอายุ 14 ปี ถูกนายสมไชย เกิดพระ อายุ 65 ปี คนบ้านเดียวกันกับเด็ก หลอกไปข่มขืนที่บ้านหลายครั้ง ตั้งแต่เดือนมกราคม 2563 ที่ผ่านมาจนเด็กตั้งท้อง 7 เดือน
ซึ่งต่อมาพนักงานสอบสวน สภ.กระสัง แจ้งข้อหานายสมไชยคือกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม , พรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไปจากบิดามารดาผู้ปกครองหรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร , พาเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไปเพื่อการอนาจาร หลายกรรมต่างกัน เหตุเกิด เมื่อวันที่ 1,2,3,4,5, มกราคม 2563 เวลากลางวัน สถานที่ ต.เมืองไผ่ อ.กระสัง จว.บุรีรัมย์
เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจให้กับประชาชนที่ทราบข่าวเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเหตุผลของนายสมไชย ผู้ก่อเหตุ ที่อ้างว่า ลงมือข่มขืนเพราะเป็นการ”ทำโทษ”ที่เข้าไปขโมยเงินเหรียญ ไม่อยากทุบตีเพราะสงสาร
เช่นเดียวกับชาวบ้านในหมู่บ้าน ที่รับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น ต่างรับไม่ได้เพราะครอบครัวนี้เป็นครอบครัวที่ยากจน หลังจากทราบข่าวว่าเด็กพิการตั้งท้องได้ 5 เดือนตอนที่เรืองแดง คนที่พอมีชุดคลุมท้อง ก็เอามาให้ เอาอาหารเสริมมาให้เด็กบ้าง แต่ก็ทำได้แค่บางส่วน เพราะแต่ละครอบครัวต้องหาเลี้ยงชีพตัวเองเหมือนกัน
นางสวิน จะรอนรัมย์ อายุ 53 ปี เพื่อนบ้านเด็ก กล่าวว่าหลังทราบข่าว พยายามเอาหารของคนท้องมาให้บ้าง เช่นของเปรี้ยว นมกล่องบ้างตามที่ทำได้ เพราะสงสารเนื่องจากครอบครัวนี้ลำบากมากมีสมาชิกในครอบครัวทั้งหมด 4 คน มียายและเด็กอีก 3 คน ส่วนป้า-ลุงที่เอามาเลี้ยงอยู่คนละหลัง แต่ละมื้อของอาหารแทบไม่มีกับข้าว ส่วนใหญ่เอาข้าวคลุกพริกป่น หรือปลาร้ากินประทังชีวิต
ส่วนเหตุผลที่นายสมไชย อ้างว่าเด็กมาหาที่บ้านเป็นประจำ ก็เพราะเด็กอยากกินขนมเหมือนเพื่อนๆในหมู่บ้าน แต่ไม่มีเงิน เมื่อมีคนมายื่นให้ก็ต้องไปเอา และพร้อมทำตามคำสั่งของเจ้าของเงิน
เช่นเดียวกับนางบุญเหลือ สมจิตร อายุ 65 ปี เพื่อนบ้านอีกคน ระบุว่า เห็นครอบครัวนี้แล้วอดสงสารไม่ได้ เงินเดือนคนชราของยายก็ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในครัวเรือน แถมคนในบ้านยังถูกทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจแบบมีเงื่อนไข คือจะต้องรับภาระเลี้ยงดูสมาชิกใหม่ที่จะออกมาในอีก 2 เดือนข้างหน้าอีก คิดภาพยังไม่ออกว่าหลังจากนี้ครอบครัวจะอยู่กันอย่างไร ส่วนตัวคิดว่าถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะให้สังคมช่วยเหลือเกื้อหนุนให้ครอบครัวนี้อยู่รอดไปให้ได้



