ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Kukkik Doraemonn ได้โพสต์วีดิโอคลิปความยาวประมาณ 2.20 นาที พร้อมข้อความระบุว่า “เหตุเกิดที่น้ำตกกะทู้ภูเก็ต เวลา 16.43 น. มีชายคนนึงมาทุบของที่ร้านขายไก่ย่าง แล้วมาผลักแม่ มาทำแบบนี้หลายครั้งแล้วค่ะ วันนี้พกปืนและขับรถมา แต่ตำรวจไม่สามารถทำอะไรได้เลย ข้าวของเสียหาย แต่เอาผิดอะไรไม่ได้ แล้วอาจจะมาอีกเพราะวันนี้มา 3 รอบแล้ว”
ทั้งนี้ในภาพดังกล่าวมีชายวัยกลางคน ไม่สวมเสื้อ ในมือถือสิ่งของ ลักษณะคล้าย ตะหลิว หรือพลั่ว กำลังส่งเสียงเอะอะโวยวายคล้ายด่าทออยู่ที่หน้าร้าน พร้อมเดินวนไปเวียนมา ก่อนจะมีการพูดคุยโต้เถียงกัน ก่อนที่ชายคนดังกล่าวจะแสดงท่าทีไม่พอใจเดินปรี่เข้ามาจะทำร้ายมารดาของผู้โพสต์ และท้ายคลิปมีการใช้สิ่งที่ถือมาด้วยทุบทำลายข้าวของ และใช้เท้าเตะประตูรั้ว ก่อนรีบเดินออกไป พร้อมระบุว่าจะยิง ก่อนคลิปตัดไป
นอกจากนี้ผู้โพสต์ยังโพสต์ข้อมูลเพิ่มเติม โดยเธอระบุว่า “สาเหตุที่เกิดขึ้นบุลคลในคลิปมีปัญหากับป๊ะเราตั้งแต่ต้นเดือนสิงหา เมื่อวันที่ 9 สิงหา เข้ามาหาเรื่องคนที่บ้านและลูกน้องที่ขายของไป #ลงบันทึกประจำวันครั้งที่ 1 ในระหว่างนั้นก็มาเรื่อยๆ เราเลยติดกล้องเพื่อความปลอดภัยของคนในครอบครัวถ้าเกิดอะไรขึ้น จนถึงวันนี้ ก็มีเรื่องอีก ตำรวจมาและให้ไป #ลงบันทึกประจำวันครั้งที่ 2
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น (ครั้งแรกที่มาทุบทำร้ายของที่ร้ายตอนนั้นตำรวจยังไม่มา) ครั้งที่ 2 มันมาอีก (น้องชายเราอยู่โรงพักลงบันทึกประจำอยู่) เราโทรไปบอกน้องว่ามันมาอีกแล้วบอกตำรวจสิ รอบนี้ตำรวจมา 4-5 คน มาเจอมันนะ แต่ก็ไม่มีความสามารถที่จะพามันไปโรงพักได้(เรางงมาก) #สรุปแยกย้าย มันก็ยังมาเวียนอีก เราไปถึงภูเก็ตประมาณ 2 ทุ่ม เราไปโรงพักเองถึงจะได้แจ้งความดำเนินคดี แต่ไม่จบแค่นั้นเราต้องรออีก 1-2 อาทิตย์ เพื่อออกหมายเรียก #วันที่เกิดเหตุป๊ะเราไม่อยู่นะ (รอแบบระแวง)
ทางเราไม่อยากมีปัญหาเลยให้ป๊ะกลับไปบ้านที่ปัตตานี ตั้งแต่วันที่มีเรื่อง จนมาถึงวันนี้เราไม่ยอมแล้ว เราไม่รู้หรอกนะว่ามีปัญหากันแต่คุณไม่มีสิทธิ์มาทำร้ายข้าวของ ของคนอื่น บ้านเราทำมาหากิน เราเดือดร้อน”
(ชมคลิป)
ผู้สื่อข่าว ได้สอบถามเพิ่มเติมไปยังผู้โพสต์ ระบุว่า เหตุการณ์จากคลิปดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ส.ค.63 ที่ผ่านมา ขณะที่ มารดา น้องชาย ลูกสาว และลูกน้องกำลังเปิดขายไก่ย่างอยู่หน้าบ้าน ภายในซอยน้ำตกกะทู้ตามปกติ ชายคนดังกล่าวได้เข้ามาที่ร้านพร้อมส่งเสียงดังเอะอะโวยวาย ประมาณว่า พ่อของตนติดเงิน ก่อนพยายามทุบข้าวของและจะทำร้าย ก่อนออกไป ซึ่งขณะนั้นเห็นอาวุธปืน
ซึ่งทราบภายหลังว่าเป็นปืนบีบีกันตกอยู่หน้าบ้าน ทางบ้านจึงรีบโทรหาเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่เจ้าหน้าที่มาช้า น้องชายจึงตัดสินใจเดินทางไปที่สภ.กะทู้เพื่อแจ้งความลงบันทึกประจำวัน ขณะที่กำลังแจ้งความลงบันทึกประจำวันปรากฏว่าชายคนดังกล่าวกลับมาอีก 2 ครั้ง น้องชายจึงรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่กลับเข้าไปอีกครั้ง โดยเจ้าหน้าที่เดินทางไปประมาณ 4-5 คน และพบกับชายคนดังกล่าว แต่ไม่ได้ควบคุมตัวแต่อย่างใด ตนเองได้รีบเดินทางมาจากจังหวัดพังงาเพื่อมาดูเหตุการณ์ พร้อมเข้าแจ้งความดำเนินคดี ข้อหาบุกรุกและทำลายทรัพย์สินฯ กับชายคนดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่า หลังจากนี้จะมีการออกหมายเรียก ชายคนดังกล่าวซึ่งต้องใช้เวลา 1-2 สัปดาห์ แต่ตนเองรู้สึกกังวลเกรงว่าชายคนดังกล่าวจะย้อนกลับเข้ามาที่ร้านอีก เพราะบ้านของชายคนดังกล่าวอยู่ในซอยเดียวกัน ห่างจากบ้านของตนเพียง 600 เมตร และขณะนี้ทุกคนในบ้านรู้สึกเสียขวัญเป็นอย่างยิ่ง
ทั้งนี้ ในส่วนสาเหตุนั้นไม่ทราบแน่ชัด แต่ได้สอบถามจากบิดาแล้วไม่มีปัญหายืมเงินกันตามที่ชายคนดังกล่าวระบุ และจากข้อมูลของชาวบ้านพบว่า มีหลายรายเคยโดนข่มขู่ในลักษณะดังกล่าวโดยที่ไม่มีการยืมเงินจากชายคนดังกล่าวแต่อย่างใด จึงเป็นเรื่องที่คิดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องรีบดำเนินการ หญิงสาวกล่าว
อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวได้สอบถามเพิ่มเติมไปยังแหล่งข่าวรายหนึ่งซึ่งอยู่ในพื้นที่ระบุว่า ชายคนดังกล่าว มีชื่อเล่นว่านายดำ เป็นขาใหญ่ประจำซอย ทางบ้านมีฐานะค่อนข้างดี มีพฤติกรรมเกะกะระราน ชอบขับรถเร็วและเสียงดัง หากไม่พอใจใครบางครั้งจะขับรถเฉี่ยวชน และแสดงพฤติกรรมข่มเหงผู้อื่นแบบไม่เกรงใจใคร จนคนในพื้นที่เอือมระอา
ด้าน พ.ต.อ.กิติพงษ์ คล้ายแก้ว ผกก.สภ.กะทู้ เปิดเผยว่าจากกรณีดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.กะทู้ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เร่งติดตามตัวชายคนดังกล่าวมาสอบสวนดำเนินคดีตามกฏหมายแล้ว

