สบส.พร้อมผกก.บางโพงพาง ตรวจคลินิกย่านช่องนนทรีหลังสาวดูดไขมัน เสริมหน้าอก ดับ พบโฆษณาฉีดไขมันไม่ได้ขออนุญาต
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 31 สิงหาคม ที่คลินิกศัลยกรรมเสริมความงามแห่งหนึ่ง ถนนพระราม 3 ย่านช่องนนทรี (เบลลลี่คลีนิก) ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พร้อม พ.ต.อ.จุมพล คณานุรักษ์ ผกก.สน.บางโพงพาง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ สบส.และ ตำรวจ สน.บางโพงพาง เข้าตรวจสอบสถานประกอบการดังกล่าวเป็นเวลา 1 ชั่วโมง ภายหลังมีหญิงสาวรายหนึ่งมาใช้บริการดูดไขมันฉีดเสริมหน้าอก ก่อนจะมีอาการเจ็บป่วยแล้วเสียชีวิตจนแฟนหนุ่มจะไปแจ้งความดำเนินคดีไว้ที่ สน.บางโพงพาง
ทพ.อาคม กล่าวว่า จากการตรวจสอบคลินิกดังกล่าวพบว่าได้เปิดทำการถูกต้องตามกฎหมาย มีเครื่องมือ ยาเวชภัณฑ์ ห้องผ่าตัดเล็กและอุปกรณ์กู้ชีพพร้อม ซึ่งแพทย์ผู้ผ่าตัดเป็นแพทย์ฟรีแลนซ์ที่สามารถผ่าตัดได้จริง แต่ไม่ได้ยื่นใบสพ.6 (หนังสือแสดงความจํานงเป็นผู้ปฏิบัติงานในสถานพยาบาลของผู้ประกอบวิชาชีพ) กับสบส.ตามปกติแล้ว หากแพทย์จะให้บริการกับคลินิกจะต้องมาทำเรื่องกับ สบส.ก่อน นอกจากนี้ ยังพบว่าการโฆษณาฉีดไขมันของคลินิกแห่งนี้ไม่ได้ขออนุญาต กับ สบส.ซึ่งจะมีโทษปรับ 2 หมื่นบาท และจำคุกไม่เกิน 3 ปี จากนี้จะต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้แพทย์สภาตรวจสอบตัวแพทย์รวมถึงคลินิก ก่อนดำเนินการทางวินัยและอาญาต่อไป
ทพ.อาคม กล่าวต่อไปว่า ขั้นตอนในการดูดไขมันนั้นต้องต้องตรวจสอบว่าร่างกายมีไขมันส่วนใดเยอะ เช่น ต้นขาหรือหน้าท้อง โดยแพทย์จะดูดไขมันออกมาเพื่อแยกชั้น ก่อนฉีดกลับเข้าไปในจุดที่กำหนดไว้ ทั้งนี้หากฉีดในจุดที่ไม่ได้เตรียมการไว้ก่อน อาจเกิดการติดเชื้อได้จากอุปกรณ์หรือสาเหตุอื่น แต่หากไม่ติดเชื้อ ไขมันอาจหลุดรอดเข้าไปในกระแสเลือดจนเกิดการอุดตันและเสียชีวิตได้
ด้าน พ.ต.อ.จุมพล กล่าวว่า เรื่องทางคดีขณะนี้ตำรวจกำลังรอรวบรวมพยานหลักฐานบางส่วนจาก สบส.เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย เบื้องต้นได้ประสาน สน.ลุมพินี ท้องที่ผู้ตายเสียชีวิต ดำเนินการส่งศพไปผ่าชันสูตรซ้ำอีกครั้งที่ นิติเวช รพ.ตำรวจ ตามความประสงค์ของญาติผู้เสียชีวิต
วันเดียวกัน นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ให้สัมภาษณ์ว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สถานพยาบาล พ.ศ.2541 จากเวชระเบียน เอกสารทางการแพทย์ และผู้ที่เกี่ยวข้องในเบื้องต้น พบว่าคลินิกดังกล่าวมีการขออนุญาตประกอบกิจการอย่างถูกต้อง ผู้ให้บริการในวันเกิดเหตุเป็นแพทย์จริง ยาและเวชภัณฑ์ก็เป็นไปตามมาตรฐาน แต่ก็ยังพบการกระทำผิดในเรื่องของการมิได้ขออนุมัติโฆษณา และแพทย์ผู้ให้บริการมิได้ยื่นแบบแสดงความจำนงเป็นผู้ปฏิบัติงานในสถานพยาบาล (ส.พ.6) จาก สบส. ซึ่งในส่วนนี้พนักงานเจ้าหน้าที่ฯ จะดำเนินการเอาผิดตามกฎหมาย และในขั้นตอนต่อไปเพื่อให้เกิดความกระจ่างในสาเหตุการเสียชีวิต
นพ.ธเรศ กล่าวว่า สบส.จะส่งข้อมูลที่รวบรวมได้ เสนอให้แพทยสภาตรวจสอบวิธีการให้บริการของแพทย์ว่าเป็นไปตามที่มาตรฐานวิชาชีพกำหนดหรือไม่ หากผลการพิจารณาพบว่า แพทย์มีการให้บริการที่ไม่ถูกต้องตามมาตรฐานจนเป็นเหตุให้ผู้ป่วยเสียชีวิตก็จะต้องมีการดำเนินการตามจริยธรรมทางการแพทย์ และผู้ดำเนินการสถานพยาบาลในฐานไม่ควบคุม ดูแลให้แพทย์ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบวิชาชีพ ต้องโทษทั้งจำและปรับ

