นอภ.หัวหินจับมือ ปทส.-ทหาร เร่งปราบนายทุนรุกล้ำชายหาด พบใกล้ชิดผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น

2.08.16 | 12:20 น.

วันที่ 2 สิงหาคม นายสุทธิพงษ์ คล้ายอุดม นายอำเภอหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า หลังจากฝ่ายปกครองอำเภอหัวหินได้รับการร้องเรียนจากกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและประชาชนในพื้นที่ กรณีนายทุน 52 ราย บุกรุกพื้นที่ชายหาดในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน ริมถนนนเรศดำริห์ ตั้งแต่บริเวณสะพานปลา ถึงศาลเจ้าแม่ทับทิม เพื่อประกอบธุรกิจร้านอาหารซีฟู้ดขนาดใหญ่มีการปลูกสร้างอาคารบ้านพักอาศัย รุกล้ำพื้นที่ชายหาดที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน เบื้องต้นพบว่ากลุ่มนายทุนดังกล่าวมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนักการเมืองท้องถิ่น และเป็นกลุ่มผู้มีอิทธิพล จึงไม่มีหน่วยงานใดใช้อำนาจหน้าที่ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย

“ได้แจ้งประสานถึงผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปทส.) เจ้าหน้าที่ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 15 (มทบ.15) เพื่อดำเนินการให้เป็นตามนโยบายรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เนื่องจากเมื่อเดือนมีนาคม 2558  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและคณะ ได้ลงพื้นที่ชายหาดหัวหินเพื่อติดตามความคืบหน้าการจัดระเบียบชายหาด พร้อมวางเป้าหมายให้หาดหัวหินยกระดับเป็นพื้นที่ต้นแบบในการจัดระเบียบเพื่อขยายผลไปชายหาดพื้นที่อื่น” นายสุทธิพงษ์กล่าว

นายอำเภอหัวหินกล่าวว่า ที่ผ่านมาจากการประชุมติดตามปัญหาจัดระเบียบชายหาดหัวหิน เพื่อหาแนวทางบริหารจัดการผู้ประกอบการค้าชายหาด แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 ตั้งแต่บริเวณศาลเจ้าแม่ทับทิม ถึงทางลงทะเลโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ จำนวน 22 ราย กลุ่มที่ 2 บริเวณชายหาดตั้งแต่หน้าโรงแรมลักษสุภา ถึงชายหาดตะเกียบ หัวดอน หาดทรายน้อย เขาเต่า จำนวน 44 ราย ซึ่งทั้ง 2 กลุ่มได้จัดระเบียบแล้ว แต่กลุ่มที่ 3 บริเวณสะพานปลาถึงศาลเจ้าแม่ทับทิม จำนวน 52 ราย ที่ผ่านมาเทศบาลหัวหินได้ดำเนินการฟ้องร้องตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 กับผู้ประกอบการดังกล่าว ตั้งแต่ปี พ.ศ.2546 ขณะนี้หน่วยงานที่รับผิดชอบอ้างว่าอยู่ในชั้นการพิจารณาของศาลฎีกา แต่ทราบว่าล่าสุดมีผลคดีถึงที่สุดแล้วหลายราย แต่ยังไม่มีการดำเนินการสั่งบังคับคดี เพื่อรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง

201608021152342-20021028190357

“จากการตรวจสอบกับศูนย์ดำรงธรรมระดับจังหวัดทราบว่ามีประชาชนสอบถามความคืบหน้าถึงผู้บริหารเทศบาลหัวหินกรณีการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างหลังสิ้นสุดคดี มีการยื่นเรื่องตั้งแต่วันที่ 29 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และจังหวัดได้ทำการทวงถามหลายครั้งแต่ยังไม่มีการชี้แจงข้อเท็จจริง รวมทั้งปกครองจังหวัดได้มีหนังสือสอบถามความคืบหน้าแต่ยังไม่มีผลการรายงานการดำเนินการ” นายสุทธิพงษ์กล่าว

Advertisement