ญาติแฉ พระโหดแอบถ้ำมองก่อนบุกแทงสาว ด้านตำรวจแจ้งแล้ว 3 ข้อหา

เมื่อวันที่ 10 กันยายน จากกรณีที่พระกฤตเมธ หรืออุ ท้วมวงษ์ อายุ 41 ปี บุกแทงนางยุพา อายุ 43 ปี ลูกพี่ลูกน้องที่ตนเองหมายปองได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อคืนวันที่ 8 ก.ย. เหตุเกิดในพื้นที่หมู่ 10 ต.เสือโฮก อ.เมือง จ.ชัยนาท ซึ่งหลังก่อเหตุได้หลบหนีไปพร้อมอาวุธมีด โดยทิ้งผ้าสบงพาดไว้ในที่เกิดเหตุ ส่วนคนเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลชัยนาทนเรนทรด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชัยนาท ได้ลงพื้นที่ปูพรมค้นหากันตลอดทั้งคืน จนสามารถควบคุมตัวได้ในสวนส้มโอห่างจากที่เกิดเหตุ 300 เมตร ช่วงสายของวันที่ 9 ก.ย.โดยที่พระกฤตเมธ ได้เปลี่ยนชุดเป็นฆราวาสเพื่อการหลบหนี

โดยญาติๆ ได้ให้ข้อมูลว่านายอุมีพฤติกรรมแอบชอบพอนางพามานาน แต่นางพาไม่เล่นด้วย เพราะเป็นเครือญาติกัน และตัวนางพาเองก็แต่งงานมีสามีแล้ว อีกทั้งนายอุเองมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและก่อเหตุผิดกฎหมายอยู่เป็นประจำทั้งทะเลาะวิวาท ข่มขู่ รีดไถ เสพยาอาละวาด

ล่าสุด นายอนงค์ ท้วมวงษ์ อาของนายกฤตเมธคนร้ายใจโหด และเป็นพี่ชายของนางยุพาผู้ได้รับบาดเจ็บ เผยว่านายกฤตเมธเคยติดคุกมาแล้วหลายคดี ทั้งคดีพยายามฆ่าจากเหตุฟันคู่อริหูขาด คดียาเสพติด และมีคดีข่มขู่คุกคามนางยุพาก่อนหน้านี้ด้วย ซึ่งเวลานายกฤตเมธเห็นสามีผู้ตายก็จะตะโกนให้ของลับ ด่าทอ อยู่ตลอด เพราะไม่ชอบเป็นการส่วนตัว และก็จะพยายามขอมีอะไรกับนางยุพา แต่ฝ่ายหญิงไม่เล่นด้วย

โดยก่อนหน้าไม่กี่วันนายกฤตเมธ ได้แอบย่องออกจากวัดมาถ้ำมองนางยุพากับสามีขณะหลับนอนในบ้าน และเห็นภาพบาดใจจนเกิดความแค้น มาถึงช่วงเกิดเหตุได้ไปดื่มเหล้าทั้งผ้าเหลืองมาจากที่ใดไม่แน่ชัด แล้วพยายามวนเวียนอยู่ในละแวกที่เกิดเหตุจนสบโอกาสที่สามีผู้ตายทำธุระอยู่นอกบ้าน บุกเข้าไปแทงจนนางยุพาได้รับบาดเจ็บสาหัสก่อนสลัดสบงทิ้งหลบหนีไปดังกล่าว

ส่วนทางคดีผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามไปยัง ร.ต.อ.บุญโชติ เขียวเล็ก พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ซึ่งเปิดเผยว่ายังไม่สามารถให้รายละเอียดอะไรได้ และยังไม่แจ้งข้อกล่าวหาแก่นายกฤตเมธ เพราะต้องทำการสอบพยานและรวบรวมหลักฐานก่อน เพียงแต่ควบคุมตัวไว้ในฐานะผู้ต้องสงสัยเท่านั้น และเตรียมจะนำตัวส่งฝากขังในวันที่ 10 ก.ย.

ล่าสุด ตรวจสอบที่ สภ.เมืองชัยนาท พบว่านายกฤตเมธ ผู้ต้องหายังคงถูกควบคุมตัวไว้ที่ห้องขังของโรงพัก โดยไม่มีท่าทีเครียดหรือเซื่องชึมแต่อย่างได้ ยังคงรับกินข้าวที่ทางเจ้าหน้าที่จัดได้ได้ตามปกติ โดย

ร.ต.อ.บุญโชติ เขียวเล็ก พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีได้แจ้ง 3 ข้อหาในเบื้องต้นแก่นายกฤตเมธ คือ 1.บุกรุกเคหสถานยามวิกาล 2.ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส และ 3.มีความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ยาเสพติด เพิ่มมาอีก 1 กระทง หลังจากตรวจปัสสาวะพบสารเสพติดด้วย โดยพนักงานสอบสวนชี้แจงว่า สาเหตุที่แจ้งข้อหาที่ 2 เป็นทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัสนั้น เนื่องจากจำเป็นต้องตั้งข้อกล่าวหาตามที่หลักฐานมีคืออาการบาดเจ็บของผู้เสียหาย

แต่อย่างใดก็ตามยังต้องมีการสอบสวนพยานอีกหลายปาก โดยเฉพาะนางยุพาผู้เสียหาย ซึ่งหากพบมูลเหตุและพฤติการณ์ที่เจตนาเอาชีวิตก็สามารถเปลี่ยนเป็นข้อหา เจตนาฆ่า ได้ในภายหลังได้ โดยตัวของนายกฤตเมธนั้นตั้งแต่ถูกจับกุยังไม่มีญาติมาเยี่ยมแม้แต่คนเดียว ซึ่งพนักงานสอบสวนจะนำตัวนายกฤตเมธส่งผัดฟ้องฝากขังต่อศาลจังหวัดชัยนาทในวันที่ 11 ก.ย.

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้SACICT ชู Sustainable Crafts ผ่านชุมชนหัตถกรรมรักษ์โลก หวังผลักดันงานศิลปหัตถกรรมไทยอย่างยั่งยืน
บทความถัดไปโควิดไทยวันนี้ ป่วยใหม่ 7 ราย! เดินทางมาจากต่างประเทศ