เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น.วันที่ 10 กันยายน นางสมศรี สุริยา อายุ 69 ปี อยู่บ้านเลขที่ 99/1 หมู่ 1 ตำบลพิกุลทอง อำเภอท่าช้าง จังหวัดสิงห์บุรี เดินทางมาที่สถานีตำรวจภูธรท่าช้าง เพื่อแจ้งความให้เจ้าหน้าที่ช่วยติดตามตัวและจับกุมคนร้าย
โดยนางสมศรีเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น.วันเดียวกัน ได้มีคนร้ายเป็นชาย อายุประมาณ 40-45 ปี รูปร่างผอม ผิวคล้ำ และหญิงอีกหนึ่งคนอายุไล่เลี่ยกันกับผู้ชาย ขับรถเก๋งไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียน จำได้แต่เป็นรถเก๋งสีเทา มาหาตนที่บ้านในขณะที่ตนอยู่บ้านเพียงลำพัง จากนั้นคนร้ายได้เข้ามาพูดคุยตีสนิทอยู่เป็นเวลานาน คนร้ายกล่าวอ้างว่าต้องการซื้อที่ดินแปลงหนึ่งในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง โดยที่ดินแปลงดังกล่าวขายในราคาถูก เมื่อซื้อแล้วก็จะสามารถขายได้ราคา มีกำไรอีกเท่าตัว จึงชักชวนตนเองร่วมลงทุนด้วย โดยตนเองหลงเชื่อ คนร้ายจึงพาไปที่ธนาคารออมสินสาขาท่าช้างเพื่อเบิกเงินสด จำนวน 500,000 บาท (ห้าแสนบาทถ้วน)

จากนั้นคนร้ายก็พาตนเองกลับมาที่บ้าน ระหว่างทางคนร้ายกล่าวว่า เงินจำนวนนี้คงไม่เพียงพอ พร้อมทั้งกล่าวขอให้ตนถอดแหวนที่นิ้วมือให้เพิ่มอีก ซึ่งตนก็หลงเชื่อ ถอดแหวนทองในนิ้วให้คนร้ายไป เมื่อมาถึงหน้าบ้านขณะที่ตนลงจากรถยนต์ โดยยังไม่ได้หยิบถุงใส่เงินลงมา คนร้ายก็รีบบึ่งรถหลบหนีไป โดยไม่ทราบเส้นทางหลบหนีว่าออกไปทางใด

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าช้าง ได้ลงพื้นที่ติดตามและสืบหาข้อมูลพบว่า สมุดบัญชีของผู้เสียหายมีการเบิกเงิน จำนวน 500,000 บาท ในวันที่เกิดเหตุไปจริง จึงได้ขอตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดจากสถานที่ต่างๆ ตรวจสอบหาเส้นทางหลบหนีและลักษณะรถยนต์ของคนร้าย โดยพื้นที่ดังกล่าวสามารถหลบหนีได้หลายเส้นทาง ซึ่งจะได้ตรวจสอบและติดตามคนร้ายทั้งสองมาดำเนินคดีต่อไป


