ราชทัณฑ์ออกแถลงการณ์ควบคุมเชื้อไข้หวัดใหญ่ติดผู้ต้องขังคุกนราธิวาสได้แล้ว

4.08.16 | 15:26 น.

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม กรมราชทัณฑ์ ได้ออกแถลงการณ์ข้อเท็จจริง “กรณีผู้ต้องขังเรือนจำจังหวัดนราธิวาสติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ H1N1” ตามที่ปรากฏตามสื่อว่า ผู้ต้องขังในเรือนจำจังหวัดนราธิวาส ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล หรือไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ 2009 (H1N1) นั้นขอเรียนว่า ได้รีบดำเนินการในการควบคุมโรคดังกล่าวอย่างเร่งด่วน ซึ่งในขณะนี้สามารถควบคุมโรคได้แล้ว โดยกรมราชทัณฑ์ได้มอบหมายให้ นพ.วีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ ผู้อำนวยการทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ นพ.สุทธวีร์ ปังคานนท์ นายแพทย์ปฏิบัติการ และคณะเจ้าหน้าที่เวชศาสตร์ฟื้นฟู ลงพื้นที่ด่วน เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงและความคืบหน้าของสถานการณ์การแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ 2009 (H1N1) สามารถสรุปข้อเท็จจริง ดังนี้ ในระหว่างวันที่ 23-24 กรกฎาคม 2559 เรือนจำจังหวัดนราธิวาสได้ตรวจพบผู้ต้องขัง จำนวน 1 ราย เจ็บป่วยมีอาการเป็นไข้สูง ไอ คล้ายไข้หวัด ในวันต่อมาพบผู้ต้องขังป่วยในอาการเดียวกันเพิ่มขึ้น จำนวนหลายราย จึงได้รีบประสานกับโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ในการจัดทีมแพทย์ พยาบาล เข้าตรวจรักษาอาการและมีการสุ่มเก็บตัวอย่างจากผู้ป่วย โดยส่งตัวอย่าง (specimen) ไปตรวจที่ศูนย์กรมควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา และศูนย์ฯได้แจ้งผลกลับมาเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2559 ผลตรวจพบว่า ผู้ต้องขังติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ 2009 (H1N1) ซึ่งเป็นโรคติดต่อทางเดินหายใจระหว่างคนสู่คน ปัจจุบันไม่ถือเป็นโรคร้ายแรงและไม่ต้องแจ้งความแก่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ซึ่งไม่ใช่ชนิดเดียวกันกับไข้หวัดนก (H5N1) โดยเรือนจำฯได้วางแผนกำหนดมาตรการในการบำบัด รักษา และเฝ้าระวังโรคดังกล่าวในเบื้องต้น

แถลงการณ์ ระบุอีกว่า และในวันเดียวกัน คณะแพทย์โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ได้ประสานตามระบบ ติดต่อไปยังสาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส พร้อมเจ้าหน้าที่กลุ่มระบาดวิทยาและข่าวกรอง สำนักป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา เพื่อวางแผนการสอบสวนควบคุมโรค มีความเห็นว่า ให้ดำเนินการโดยด่วนที่สุด เพื่อเข้าคัดกรอง บำบัด ดูแลรักษาผู้ต้องขังจำนวนที่เหลือทั้งหมด 1,611 ราย ปรากฏว่า พบผู้ป่วยมีอาการเข้าข่ายต้องสงสัยตามอาการแสดงของโรค จำนวนทั้งสิ้น 379 ราย ประกอบด้วยผู้ต้องขัง จำนวน 375 ราย และเจ้าหน้าที่ จำนวน 4 ราย ซึ่งทุกรายติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลที่พบได้ทั่วไป

สำหรับผู้ต้องขังป่วยทุกราย ที่เข้าข่ายและน่าสงสัยที่จะได้รับเชื้อดังกล่าว ได้รับยารักษาไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล 2009 (H1N1) รวมถึงการรักษาพยาบาลที่เหมาะสม โดยได้รับความอนุเคราะห์จากโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ โรงพยาบาลยะลา และสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา ซึ่งทำให้สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วภายใน 1 สัปดาห์ กรณีที่มีผู้ต้องขังเสียชีวิต จำนวน 2 ราย ในระหว่างการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว พบว่า ผู้ต้องขังทั้ง 2 ราย เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากเป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจอยู่แล้ว

โดยกรมราชทัณฑ์ ได้สั่งการให้เรือนจำจังหวัดนราธิวาสเฝ้าระวังการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ 2009 (H1N1) ต่อไป และให้ดำเนินการอย่างเข้มงวด ดังนี้ 1. ให้ใส่หน้ากากอนามัยทุกราย 2. จัดแอลกอฮอล์เจลประจำจุดให้ผู้ต้องขังใช้ โดยเฉพาะช่วงที่ยังต้องเฝ้าระวังการระบาดอย่างต่อเนื่อง 3. งดกิจกรรมที่มีการสัมผัสใกล้ชิด 4.จัดหาถุงแดงขยะติดเชื้อเพื่อทิ้งหน้ากากอนามัย และส่งเผาทำลายขยะที่โรงพยาบาล 5. ไม่ให้มีการย้ายผู้ต้องขังในช่วงเฝ้าระวังนี้

กรมราชทัณฑ์ ได้สั่งการให้เรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ เฝ้าระวังโรคไข้หวัดใหญ่ระบาด รวมถึงเฝ้าสังเกตผู้ป่วยที่มีอาการคล้ายไข้หวัด โดยให้ศึกษาและถือปฏิบัติตามแนวทางการป้องกันควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดแล้ว จึงขอชี้แจงข้อเท็จจริงดังกล่าว เพื่อให้สาธารณชนรับทราบข้อมูล รวมถึงเพื่อให้ญาติและบุคคลใกล้ชิดของผู้ต้องขังคลายความกังวลใจ และขอยืนยันว่า กรมราชทัณฑ์และหน่วยงานกระทรวงสาธารณสุขในพื้นที่ ได้ดำเนินการทุกอย่างตามแนวทางที่ได้กำหนดไว้ในการควบคุมป้องกันโรคระบาด

Advertisement