ยกฟ้อง ‘พระมหาโชว์-อ.เสถียร’ หมิ่นพุทธะอิสระ ศาลชี้เป็นแกนนำ กปปส. เป็นบุคคลสาธารณะ (คลิป)

5.08.16 | 13:04 น.
พระมหาโชว์ ทัสสนีโย

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 สิงหาคม ที่ห้องพิจารณา 915 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีดำ อ.985/58 ที่พระสุวิทย์ ธีรธัมโม หรือพระพุทธะอิสระแห่งวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม เป็นโจทก์ฟ้องพระมหาโชว์ ทัสสนีโย ผอ.สำนักส่งเสริมพระพุทธศาสนาและบริการสังคม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย และนายเสถียร วิพรมหา อาจารย์ประจำภาควิชาสาขาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาของมหามกุฏราชวิทยาลัย ร่วมกันเป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณาและแจ้งความเท็จ

กรณีเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2557 จำเลยกับพวกได้นำความอันเป็นเท็จแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนกองปราบว่าโจทก์ได้นำมวลชนพร้อมกำลังทหาร อาวุธครบมือ บุกรุกเข้าไปในวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ และนำสิ่งสกปรกโสโครก ซึ่งอ้างว่าเป็นเครื่องสังฆทานไปมอบให้สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช อันเป็นการลบหลู่ พูดจาข่มขู่คุกคาม นอกจากนี้ นายเสถียรยังแถลงข่าวพร้อมแจ้งความกล่าวหาทำนองว่า ช่วงที่มีความวุ่นวายทางการเมือง โจทก์ได้ล่วงละเมิดพระธรรมวินัย กรรโชกทรัพย์จากโรงแรมแห่งหนึ่งด้วย ซึ่งล้วนเป็นเท็จ จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานที่นำสืบแล้วเห็นว่า พระพุทธะอิสระ โจทก์ เป็นแกนนำ กปปส. ถือว่าเป็นบุคคลสาธารณะ จำเลยทั้งสองย่อมมีสิทธิแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตและติชมด้วยความเป็นธรรม ทั้งนี้ โจทก์ก็ไม่ได้นำสืบให้เห็นว่าตัวเองไม่มีพฤติกรรมหรือไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มบุคคลที่เดินทางไปที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ และโรงแรมแต่อย่างใด เมื่อจำเลยทั้งสองไปร้องทุกข์ ก็ถือว่าเป็นการกระทำโดยสุจริตที่ประชาชนย่อมกระทำได้ ประกอบกับคำเบิกความของโจทก์เจือสมกับคำเบิกความของจำเลยทั้งสอง มีเหตุให้เชื่อว่าจำเลยทั้งสองเบิกความไปตามความจริง โดยไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อน เพื่อปกป้องพระพุทธศาสนา ประกอบกับโจทก์ไม่ได้นำบุคคลที่สามมาเบิกความให้ศาลเห็นถึงความเสียหายด้วย พยานหลักฐานโจทก์ยังไม่เพียงพอว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิด พิพากษายกฟ้อง

ภายหลังพระพุทธะอิสระกล่าวว่า โดยส่วนตัวเห็นว่าการรวบรวมพยานหลักฐานยังมีข้อบกพร่อง เนื่องจากไม่ได้นำบุคคลที่สามมาเบิกความยืนยันว่าเกิดความเสียหายอย่างไร และไม่ได้คัดค้านหลักฐานของฝ่ายจำเลย แต่ที่มาฟ้องคดีเพราะอยากเตือนให้บุคคลที่คิดจะวิพากษ์วิจารณ์ผู้อื่นอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง ไม่ใส่ร้าย

พระมหาโชว์กล่าวภายหลังว่า ไม่ติดใจคดีและไม่คิดฟ้องกลับ ที่ทำไปเพื่อปกป้องพระพุทธศาสนาเท่านั้น

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้พระพุทธะอิสระยังได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายโลมิรันดย์ บุตรจันทร์ ประธานชมรมคนยอมตายเพื่อพุทธศาสนา เป็นจำเลยต่อศาลอาญาฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา

กรณีที่นายโลมิรันดย์แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนกองปราบปรามให้ดำเนินคดีพระพุทธะอิสระที่บุกรุกป่าในพื้นที่ อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ จำนวน 300 ไร่ด้วย ซึ่งศาลอาญารับคำฟ้องไว้พิจารณาเพื่อมีคำสั่งต่อไป