เมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. วันที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่สภ.เมืองสมุทรสาคร พล.ต.ต.สรไกร พูลเพิ่ม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชัยยุทธ ถมยา ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร และเจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มงานสืบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมตัวนายธีรชัย ดีโพธิ์รัมย์ อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาที่ใช้อาวุธปืนขนาด 11 มม.ยิงใส่ร้านลอดช่องวัดเจษฯ ลอดช่องชื่อดังของเมืองมหาชัย จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2558 เวลาประมาณ 04.00 น. เป็นเหตุให้มีรถสามล้อถูกกระสุนปืนได้รับความเสียหาย 1 คัน และถังใส่น้ำขนาดใหญ่ถูกยิงเป็นรูรั่วอีก 2 ถัง
นายธีรชัยให้การว่า ในวันเกิดเหตุตนเองเมามาก เมื่อผ่านร้านลอดช่องวัดเจษฯ เกิดอยากจะกินของหวานขึ้นมา จึงเข้าไปขอซื้อแต่ทางร้านไม่ขายให้ และคนของทางร้านใช้น้ำเสียงที่ไม่ค่อยดีใส่ตนด้วย จึงทำให้ตนเกิดความโมโหใช้วาจาที่ไม่สุภาพกลับไป ก่อนที่จะเดินออกมาขับรถจักรยานยนต์เพื่อจะกลับที่พัก แต่ด้วยความเมาบวกกับความคึกคะนองที่มีอาวุธปืนติดตัว จึงได้ยิงปืนขึ้นฟ้าตรงด้านข้างของร้าน ซึ่งก็ไม่คิดว่ากระสุนปืนจะพุ่งเข้าไปในร้านและไปถูกรถสามล้อจนได้รับความเสียหาย ส่วนอาวุธปืนนั้นเป็นของเพื่อนที่นำมาฝากขายมีทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และได้นำไปคืนเพื่อนที่เป็นเจ้าของก่อนที่ตนเองจะหลบหนีออกไปต่างจังหวัด
นายธีรชัย ผู้ต้องหายังบอกอีกว่า หลังก่อเหตุแล้ว ตนก็กลับไปนอนที่ห้องพักตามปกติเพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จนสายๆ มีพี่ที่ทำงานมาถามว่าไปก่อเรื่องอะไรไว้เป็นข่าวใหญ่โต ตนจึงได้มาดูข่าวย้อนหลังและรู้ว่าเกิดเรื่องขึ้นจากความเมาของตน จึงได้รีบเก็บเสื้อผ้าหนีไปอยู่ต่างจังหวัด โดยนำรถจักรยานยนต์ไปขายแล้วก็เอาเงินมาเป็นค่ารถเพื่อการหลบหนีเพราะไม่อยากติดคุกอีกเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งในครั้งแรกนั้นตนติดอยู่ในสถานพินิจฯ ขณะเป็นเยาวชน เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้วและปัจจุบันนี้ก็ยังอยู่ในระหว่างการคุมประพฤติ
ด้าน พ.ต.อ.ชัยยุทธ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามจับกุมตัวคนร้ายรายนี้มาอย่างต่อเนื่อง ตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรสาครที่ จ 552/2558 ลงวันที่ 28 ธันวาคม 2558 โดยคนร้ายได้หนีไปหลบซ่อนตัวที่จังหวัดชลบุรี เชียงใหม่ และอีกหลายๆ แห่ง จนกระทั่งเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสามารถจับกุมตัวนายธีรชัย ไว้ได้ที่บริเวณท่าเทียบเรือปากบารา ต.ปากน้ำ อ.ละงู จ.สตูล ขณะกำลังจะหนีไปหลบซ่อนตัวที่เกาะหลีเป๊ะ โดยทั้งนี้ก็จะได้ส่งตัวผู้ต้องหาให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันจำเป็น ยิงปืนในที่สาธารณะ และทำให้เสียทรัพย์

