9แกนนำพันธมิตรขึ้นศาลปฏิเสธ คดีปั่นป่วนก่อความไม่สงบ นัดตรวจหลักฐาน16 พ.ค.นี้

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลสอบคำให้การจำเลย ในคดีที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง อายุ 78 ปี นายสนธิ ลิ้มทองกุล อายุ 66 ปี นายพิภพ ธงไชย อายุ 68 ปี นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ อายุ 63 ปี นายสมศักดิ์ โกศัยสุข อายุ 68 ปี นายสุริยะใส กตะศิละ อายุ 41 ปี นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ อายุ 64 ปี นายอมร อมรรัตนานนท์ หรือ นายรัชต์ยุตม์ ศิรโยธินภักดี อายุ 57 ปี และนายเทิดภูมิ ใจดี อายุ 72 ปี แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) หรือกลุ่มคนเสื้อเหลือง เป็นจำเลยที่ 1-9 ฐานร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริตเพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล โดยใช้กำลังข่มขืนใจหรือใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อให้เกิดความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยเป็นหัวหน้าหรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการโดยผู้กระทำคนหนึ่งคนใดมีอาวุธเมื่อเจ้าพนักงานสั่งผู้ที่ทั่วสุมเพื่อกระทำความผิดให้เลิกไปแต่ไม่เลิก

พธม.1

คดีนี้อัยการฟ้องเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2558 สรุปว่า เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2551 จำเลยทั้ง 9 คน เป็นแกนนำกลุ่มพันธมิตร จัดชุมนุมใหญ่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลาง แขวงบวร เขตพระนคร โดยร่วมกันใช้รถบรรทุกหกล้อ 5 คัน เป็นเวทีปราศรัยเคลื่อนที่ ติดตั้งเครื่องขยายเสียงและลำโพง ต่อมาเวลากลางคืนจำเลยทั้งหมดนำกลุ่มพันธมิตรเคลื่อนขบวนไปตามถนนราชดำเนินมุ่งหน้าทำเนียบรัฐบาล เมื่อรถเวทีปราศรัยเคลื่อนผ่านไปสะพานผ่านฟ้าลีลาศ มีเจ้าพนักงานตำรวจตั้งแถวสกัดกั้นเอาไว้ แต่กลุ่มผู้ชุมนุมสามารถฝ่าแนวกั้นไปได้ และปิดการจราจรในถนนราชดำเนินนอก ตั้งแต่สี่แยกมัฆวานรังสรรค์ไปจนถึงสี่แยก จปร.เป็นที่ชุมนุมประท้วงไปจนถึงวันที่ 5 ตุลาคม 2551

โดยมีการตั้งเวทีถาวร กางเต็นท์ มีโรงครัวปรุงอาหาร ขึงลวดหนามกั้นถนนราชดำเนินนอก ห้ามบุคคลเข้าออกบริเวณที่ชุมนุม ตั้งกองกำลังรักษาความปลอดภัยเรียกว่า “นักรบศรีวิชัย” นอกจากนี้ยังมีการจัดเตรียมเครื่องมือเช่น ไม้เบสบอล หนังสติ๊ก ท่อนเหล็ก เพื่อใช้เป็นอาวุธ ส่อไปในทางที่จะก่อให้เกิดความรุนแรงถึงขนาดก่อความไม่สงบขึ้นในประเทศ ส่วนบนเวทีปราศรัยจำเลยทั้ง 9 คน ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันขึ้นกล่าวปราศรัยโจมตีการทำงานของรัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช โดยจัดปราศรัยปลุกระดมมวลชนที่มาฟังและร่วมชุมนุมไปตลอด 24 ชั่วโมง

ภายหลังได้ร่วมกันชักชวนผู้ชุมนุมหลายหมื่นคนปิดถนนและเคลื่อนกำลังไปในลักษณะ “ดาวกระจาย” ใช้รถบรรทุกเป็นเวทีปราศรัยเคลื่อนที่ไปกดดันบริเวณสถานที่ราชการหลายแห่ง เช่น กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการคลัง สำนักงานอัยการสูงสุด เป็นเหตุให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โรงเรียน สถานศึกษา ตั้งอยู่ใกล้บริเวณที่ชุมนุม ต้องหยุดการเรียนการสอนหลายครั้ง เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยจากการชุมนุมในลักษณะดังกล่าว นอกจากนี้ยังได้เคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาลอีกด้วย

วันนี้จำเลยทั้งหมด 9 คน พร้อมทนายความและอัยการโจทก์ เดินทางมาศาล ต่อมาศาลได้อ่านอธิบายคำฟ้องและสอบถามแล้วจำเลยให้ปฏิเสธ ขอต่อสู้คดี ขณะที่ทนายจำเลยแถลงว่าจำเลยที่ 1-3 จำเลยที่ 6-8 และ จำเลยที่ 9 ขอให้สืบพยานลับหลังจำเลยดังกล่าวด้วยเนื่องจากไม่สะดวกที่จะมาศาลทุกนัด

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าจะพิจารณาคำร้องอนุญาตให้สืบพยานลับหลังจำเลยหรือไม่ ในนัดหน้า พร้อมกับนัดตรวจพยานหลักฐาน ในวันที่ 16 พฤษภาคม เวลา 09.00 น.

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon