ปลัดยธ.ชี้เยาวชนฆ่าโหดพัทลุง แรงสุดโต่ง วางแผนเป็นขั้นตอนผิดปกติเยาวชน เร่งหาสาเหตุ

3.02.16 | 16:15 น.
นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม
นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุฆ่าโหดนายภาสกรณ์ คงสวัสดิ์ อายุ 18 ปี ชาว อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง นำศพไปฝังกลางป่าเขาบรรทัด พร้อมข่มขืนและทำร้ายร่างกาย น.ส.เอ (นามสมมุติ) แฟนสาวนายภาสกรณ์ แล้วนำร่างไปทิ้งเหวเพื่อฆ่าปิดปาก แต่ฝ่ายหญิงกลับรอดปาฏิหาริย์ เหตุเกิดบริเวณป่าริมเทือกเขาบรรทัด หมู่ 4 ต.บ้านนา อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง เมื่อวันที่ 27 มกราคมที่ผ่านมา ว่า เรื่องดังกล่าวมีหลายมุมที่สังคมต้องมอง ส่วนตัวมีข้อสังเกตว่าการกระทำดังกล่าวมีทั้งกลุ่มเยาวชนอายุไม่ถึง 18 ปี และอายุเกิน 18 ปี กระบวนการยุติธรรมทางอาญา ที่จะนำมาใช้กับคดีดังกล่าวต้องแยกพฤติการณ์ของแต่ละบุคคลในคดีออกจากกัน สำหรับพฤติกรรมของคนร้ายที่ก่อเหตุครั้งนี้เป็นคดีโหดร้าย การรับโทษทางอาญาต้องดำเนินการตามขั้นตอน ส่วนเด็กหรือเยาวชนที่กระทำความผิด จะมีกระบวนการยุติธรรมทางอาญาสำหรับเด็กและเยาวชนมารองรับ ค่อนข้างแตกต่างจากผู้ใหญ่

นายชาญเชาวน์ กล่าวต่อว่า สำหรับกระบวนการยุติธรรมทางอาญาของเด็กและเยาวชน มีการออกแบบให้เยาวชนที่กระทำความผิด ได้รับโทษที่ก่อขึ้นควบคู่กับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ไม่ให้กลับไปเป็นอาชญากรอีก สิ่งเหล่านี้เป็นหลักโดยปกติทั่วไป ไม่อยากให้สังคมมองแบบเหมารวมว่าต้องดำเนินการทางอาญาสูงสุดอย่างเดียว ต้องแยกพฤติการณ์ออกเป็นรายๆ ไป

นายชาญเชาวน์ กล่าวด้วยว่า กรณีดังกล่าวมีข้อสังเกตว่า พฤติกรรมที่เกิดขึ้นเป็นพฤติกรรมสุดโต่ง หมายถึงการใช้ความรุนแรงแบบสุดโต่ง วางแผน เป็นขั้นตอน ไม่ค่อยพบบ่อยมากนักในคดีที่มีเยาวชนเข้าไปเกี่ยวข้อง เป็นสิ่งที่ต้องหาคำตอบและสาเหตุให้ได้ว่าเกิดขึ้นเพราะอะไร

“สิ่งที่ผมพูดไม่ได้หมายความว่า เด็กทำผิดแล้วไม่ต้องรับโทษ บทลงโทษและขั้นตอนทางคดีมีอยู่ แต่อย่าลืมว่ากระบวนการยุติธรรม ไม่สามารถเลือกใช้รายบุคคลได้ ต้องดูองค์ประกอบโดยรวม สิ่งที่สังคมหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องลงไปดูในรายละเอียด คือ ทำไมเด็กหรือเยาวชนเหล่านี้ถูกกระทำในลักษณะโหดเหี้ยม โหดร้ายแบบนี้ ถ้าเราสาวลึกลงไปจะได้คำตอบ และมาปรับใช้กับงานด้านการพัฒนาพฤตินิสัยของเด็กหรือเยาวชนที่กระทำความผิด ผมว่ากรณีดังกล่าว เป็นเรื่องผิดปกติ เด็กกลุ่มนี้จะมานั่งคิดวางแผนก่อเหตุ พาคนไปฆ่า ผมว่ามันมีอะไรผิดปกติ คงต้องย้อนไปดูว่า ครอบครัวการใช้ชีวิตของคนกลุ่มนี้เป็นอย่างไร เรื่องนี้อาจเป็นเคสหรือกรณีศึกษาได้ ส่วนการฟื้นฟูต้องดำเนินการแบบเฉพาะ ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมพูดหรือแสดงความคิดเห็นแบบนี้ อาจจะโดนสังคมด่า หรือตำหนิ แต่ทุกอย่างต้องมีหลัก หากเรามองย้อนไปในสังคมต้องยอมรับว่า สังคมไทยมีการใช้ความรุนแรงเหมือนกัน” นายชาญเชาวน์ กล่าว

นายชาญเชาวน์ กล่าวอีกว่า ส่วนประเด็นที่พบว่ามีเยาวชนบางรายร่วมก่อเหตุครั้งนี้ เคยถูกจับกุมและกลับมากระทำผิดซ้ำ ต้องกลับไปดูว่า เกิดช่องว่างตรงไหน โปรแกรมการฝึกฟื้นฟู ผิดพลาดตรงไหน นี่คือสิ่งที่กรมพินิจฯและกระทรวงยุติธรรมต้องกลับมาทบทวน

Advertisement