ศาลจำคุก ตัวการใหญ่ชาวไต้หวัน 50 ปี คดีฉ้อโกงเครือข่ายแชร์ลูกโซ่’บ.อีเกิ้ล’ ตุ๋นเหยื่อ

4.11.20 | 12:13 น.

ศาลจำคุก ตัวการใหญ่ ชาวไต้หวัน 50 ปี คดีฉ้อโกงเครือข่ายแชร์ลูกโซ่’บ.อีเกิ้ล’ ตุ๋นเหยื่อ

ศาลอาญา พิพากษา บริษัท อีเกิ้ลเกตส์ กรุ๊ป จำกัด มีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน เป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ จำคุกตัวการใหญ่ชาวไต้หวัน 50 ปี และจำเลยอื่น คนละ 20 ปี รวมทั้งชดใช้เงินให้แก่ผู้เสียหาย

ตามที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ดำเนินการสอบสวนคดีพิเศษที่ 103/2560 กรณี บริษัท อีเกิ้ลเกตส์ กรุ๊ป จำกัด กับพวก มีพฤติการณ์เป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ หลอกลวงผู้เสียหายให้ร่วมลงทุน ทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ โดยอ้างว่าเป็นบริษัทซื้อขายดัชนีหุ้นมาจากสหรัฐอเมริกา ก่อตั้งบริษัทมาแล้วกว่า 10 ปี โดยให้กลุ่มหนึ่งจัดบรรยายชักชวนผู้เสียหายในประเทศไทยให้หลงเชื่อร่วมลงทุนกับบริษัท และอีกกลุ่มหนึ่งทำหน้าที่ในการยักย้ายถ่ายโอนเงินหรือทรัพย์สินที่ได้จากผู้เสียหาย ซึ่งคดีนี้มีผู้เสียหายประมาณ 250 ราย มูลค่าความเสียหายประมาณ 235 ล้านบาท


กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ดำเนินการติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีทั้งสิ้น 21 ราย เป็นผู้ต้องหาชาวไทย 19 ราย และชาวต่างชาติ 2 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินคดีในชั้นศาล ส่วนผู้ต้องหาชาวต่างชาติรายอื่น อยู่ระหว่างประสานงานกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายต่างชาติเพื่อติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี

ต่อมา พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ4ได้ยื่นฟ้องผู้ต้องหากลุ่มแรกรวม13 รายและเมื่อวันที่18มีนาคม2563 ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาว่าจำเลยที่1ที่ 3 ที่4 ที่5 ที่6 ที่7 ที่8 ที่9 ที่10 ที่12 และที่13 มีความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติฯ พระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญาเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นรายกระทงรวมโทษจำคุกคนละ10ปี

ทางนำสืบจำเลยให้การเป็นประโยชน์ลดโทษให้คนละหนึ่งในสามคงจำคุกคนละ 6 ปี 8 เดือนและปรับจำเลยที่3ที่5และที่6คนละ1,000,000 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา29และให้จำเลยร่วมกันคืนต้นเงินให้แก่ผู้เสียหายทั้งหมดพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ7.5ต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จสำหรับจำเลยที่2และที่11ให้ยกฟ้อง

Advertisement

ต่อมา พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ4ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องผู้ต้องหาอีกกลุ่มหนึ่งรวม 6 ราย เป็นจำเลยที่1 – 6 ซึ่ง รวมถึงตัวการใหญ่ชาวไต้หวันที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินและแชร์ลูกโซ่หลายกลุ่ม

ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2563 ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาในคดีนี้ว่าจำเลยที่1-6 มีความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนและฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญาและจำเลยที่1มีความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติฯเป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่1กำหนด  50 ปี จำเลยที่2ที่3ที่4ที่5และที่ 6 คนละ 20 ปี

รวมทั้งให้จำเลยทั้งหกร่วมกันคืนหรือใช้เงินให้แก่ผู้เสียหาย12ราย ตามจำนวนที่ผู้เสียหายแต่ละรายนำมาร่วมลงทุนและยังไม่ได้รับคืนพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ8ต่อปีนับแต่วันที่ได้กู้ยืมไป

นอกจากนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษยังได้ดำเนินคดีกับ กลุ่มผู้ต้องหาและบุคคลที่เกี่ยวข้องในความผิดฐานฟอกเงินอีกด้วย