ปลัดยธ.ระบุ พ.ร.ฎ อภัยโทษ 2559 ปรับหลักเกณฑ์ นักโทษชั้นดีขึ้นไปได้สิทธิ คดีข่มขืนไม่ได้

9.08.16 | 16:29 น.
นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม
นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม

ปลัดยธ.ระบุ พ.ร.ฎ อภัยโทษ 2559 ปรับหลักเกณฑ์ นักโทษชั้นดีขึ้นไปได้สิทธิ ให้ทุกคุกเร่งคัดผู้ต้องขังใน 4 เดือนนี้

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีมีพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) พระราชทานอภัยโทษ 2559 เนื่องในโอกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 70 ปี 9 มิถุนายน 2559 และโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559 ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ว่า สำหรับ พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ 2559 จะมีผลใช้ทันทีตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม ที่ผ่านมา และมีกฎหมายเขียนไว้ว่าภายใน 120 วัน หรือ 4 เดือน แต่ละเรือนจำจะต้องดำเนินการคัดกรอง เพื่อตรวจสอบรายชื่อผู้ต้องขัง และนำเสนอต่อศาลในพื้นที่ เพื่อให้ศาลพิจารณาอีกครั้งเพื่อดำเนินการออกหมายปล่อย กรณีถ้าผู้ต้องขังรายนั้นๆได้รับการปล่อยตัว พ้นเรือนจำ หรือหมายลดวันต้องโทษ ซึ่งเป็นกรณีไป

นายชาญเชาวน์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ในความเป็นจริงจะไม่มีตัวเลขในการปล่อยตัวผู้ต้องขังครั้งหนึ่งเป็นหมื่นคน เพราะวันนี้กฎหมายมีผลใช้บังคับ เรือนจำทั่วประเทศ 143 แห่ง จะต้องตั้งกรรมการขึ้นมาก่อน และกรรมการจะต้องประชุมร่วมกัน จึงจะพิจารณาคัดรายชื่อผู้ต้องขังออกมา ก่อนจะส่งไปที่ศาลแต่ละจังหวัด เพื่อรอให้ศาลพิจารณาอีกครั้งในการออกหมายปล่อย หรือหมายลดวันต้องโทษ ดังนั้น จึงจะไม่มีปรากฎการณ์ที่ผู้ต้องขังจะออกมาเป็นหมื่นคนพร้อมกัน

นายชาญเชาวน์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของมาตราการดูแลความปลอดภัย ถ้าเป็นผู้ต้องขังที่ได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำเลยนั้น หากทางเรารู้จำนวนที่แน่นอนก็คงจะมีการประสานไปยังจังหวัดต่างๆ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดจะทราบอยู่แล้วว่ามีใครที่ออกไปบ้าง โดยเราก็จะขอความร่วมมือกับผู้ว่าราชการจังหวัด แต่คงไม่ถึงขั้นที่จะต้องไปสะกดรอยกับกลุ่มคนเหล่านี้ที่ได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำ เพราะอาจจะเป็นการละเมิดสิทธิของเขาได้ โดยจะใช้กระบวนการพอสมควร อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าผู้ต้องขังที่ได้รับการอภัยโทษในครั้งนี้ จะต้องเป็นผู้ต้องขังที่อยู่ในชั้นดี ชั้นดีมาก และชั้นเยี่ยม ซึ่งเป็นกระบวนการพิจารณาและการคิดมาชั้นหนึ่งแล้ว ทั้งนี้ จะไม่มีพิธีการปล่อยตัวผู้ต้องขังแต่อย่างใด

ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวด้วยว่า สำหรับหลักเกณฑ์ในปีนี้ ที่มองคือ 1.เน้นความประพฤติเป็นหลัก ซึ่งต้องเป็นผู้ต้องขังชั้นดี ชั้นดีมาก และชั้นเยี่ยม และ 2.โทษฐานความผิดฐานละเมิดทางเพศ ซึ่งประเด็นนี้ผู้ต้องขังจะไม่ได้รับการพระราชทานอภัยโทษ เลยทั้งลดวันต้องโทษ และปล่อยตัว ส่วนความผิด ที่เกี่ยวข้องกับก่อการร้าย ฐานต่อชีวิตและร่างกาย เช่น การฆ่า เป็นความผิดในบัญชีแนบท้าย จึงได้แค่วันลดต้องโทษ ทั้งนี้ ยอมรับว่าหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในปีนี้มีความยาก และโดยเฉพาะที่ต้องดูชั้นความประพฤติของผู้ต้องขังเป็นหลัก รวมถึงสถานการณ์ของข้อหาของผู้ต้องขังแต่ละคนด้วย ซึ่งเราดู 2 ส่วน คือ ข้อหาที่ผู้ต้องขังถูกศาลพิพากษากับความประพฤติของผู้ต้องขังที่ต้องเป็นชั้นดีขึ้นไป จึงจะได้รับการพระราชทานอภัยโทษจาก พ.ร.ฎ. ฉบับนี้

นายชาญเชาวน์ กล่าวว่า สำหรับ พระราชกฤษฎีกา ( พ.ร.ฎ.) พระราชทานอภัยโทษ 2559 จะแบ่งเป็น 2 ส่วน ผู้ต้องขังที่รับพระราชทานอภัยโทษ โดยการปล่อยตัวพ้นเรือนจำ ทันที กับผู้ต้องขังที่ได้รับการลดวันต้องโทษ ตามบัญชีแนบท้ายความผิดที่ระบุ ทั้งนี้การลดวันต้องโทษขึ้นอยู่กับชั้นนักโทษ ที่ระบุในหลักเกณฑ์ อาจจะได้เข้าหลักเกณฑ์การพักโทษด้วย ซึ่งเป็นอีกขั้นตอนหลังจากนี้

Advertisement

ผู้สื่อข่าวถามว่า สัดส่วนการลดโทษในครั้งนี้มากกว่าฉบับก่อนหน้านี้หรือไม่ นายชาญเชาวน์ กล่าวว่า สัดส่วนการลดโทษของ พ.ร.ฎ. ฉบับนี้ บางฐานความผิดจะได้น้อยลง เช่น ฐานความผิดในคดียาเสพติด อย่างในฐานความผิดการผลิตยาเสพติด ก็จะต้องดูว่าศาลมีคำพิพากษาตั้งแต่ 8 ปีขึ้นไป ก็จะได้รับการพระราชทานอภัยโทษน้อยลง นอกจากนี้ เงื่อนไขอีกประเด็นคือ หากผู้ต้องขังคนใดกลับมากระทำผิดอีกครั้งหนึ่ง และถูกอัยการฟ้องว่ากระทำผิดซ้ำ ก็จะได้รับประโยชน์จากตรงนี้น้อยลง หรือบางข้อหาบางคนก็จะไม่ได้เลย

ผู้สื่อข่าวถามถึงกลุ่มผู้ต้องขังในคดีการเมือง ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า คงพูดไม่ได้ เพราะเราไม่ได้แบ่งเป็นคดีการเมือง แต่เราใช้ข้อหาเป็นหลัก ว่าโดนคดีข้อหาอะไร ความผิดอะไร

เมื่อถามต่อว่า ผู้ต้องขังในคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 นายชาญเชาวน์ กล่าวว่า ความผิดมาตรา 112 ไม่ได้อยู่ในบัญชีท้าย เพราะฉะนั้นจะต้องไปดูเงื่อนไขอื่นๆ