วันที่ 3 กุมภาพันธ์ เมื่อเวลา 11.00 น. ที่วัดบ้านนา ม.6 ต.บ้านนา อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง สถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพของนายภาสกรณ์ คงสวัสดิ์ ที่ถูกฆ่านำศพไปขุดหลุมฝังกลางป่าเขาบรรทัด พร้อมกับทำร้ายร่างกายแฟนสาวบาดเจ็บสาหัสแล้วนำร่างไปทิ้งเหวหวังฆ่าทิ้งอีกศพ ล่าสุดทางญาติได้จัดการสถานที่เพื่อเตรียมจัดงานศพ ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 ก.พ. และกำหนดเผาในวันที่ 6 ก.พ. บรรยากาศภายในวัดทางญาติยังคงเศร้าโศกเสียใจ มีเพื่อนๆ เข้ามาเคารพศพอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม บรรดาญาติยังไม่ปักใจเชื่อว่าผู้ต้องหาที่ทางเจ้าหน้าที่จับได้จะมีเพียง 5 ราย อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบขยายเพิ่มเติมอีก พร้อมจะทำเรื่องร้องขอไปยังสภาทนายความจังหวัดพัทลุงให้เข้ามาดูแลในเรื่องคดี
นายยอดชาย จงเจตน์ น้าชายของนายภาสกรณ์ ผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ในส่วนผู้ต้องหาที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ จำนวน 5 คน บรรดาญาติไม่เชื่อว่ามีเพียงแค่นั้น ต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนขยายผลไปสู่ทุกคนที่ร่วมขบวนการ เพื่อนำตัวมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป และอีกส่วนหนึ่ง ทางญาติจะได้ทำเรื่องร้องขอไปยังสภาทนายความจังหวัดพัทลุงให้เข้ามาดูแลในเรื่องคดี เพื่อขอความร่วมมือทางสภาทนายความในการทำเรื่องเสนอให้ย้ายการพิจารณาคดีของผู้ต้องหาที่เป็นเยาวชน จำนวน 2 จากศาลเด็กและเยาวชน ไปพิจารณาโทษแบบผู้ที่อายุมากกว่า 18 ปี เนื่องจากการกระทำของกลุ่มผู้ต้องหาเป็นการกระทำที่โหดร้าย
นอกจากนั้นทางญาติยังจะมีการล่ารายชื่อเสนอขอสนับสนุนความคิดของบุ๋ม ปนัดดา ดาราที่มีองค์กรให้ความช่วยเหลือสตรีที่ถูกทำร้าย ในการเสนอคัดค้านไม่ให้มีการอภัยโทษในคดีข่มขืนอีกด้วย
ด้านนายโกสินทร์ บุญมณี ประธานสภาทนายความจังหวัดพัทลุง กล่าวว่า ทางสภาทนายความจังหวัดพัทลุง มีความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือประชาชนตามคำร้องอยู่ โดยเฉพาะในส่วนของคดี นายภาสกร ทางสภาฯ พร้อมให้ความช่วยเหลือตามคำร้องขอของญาติ โดยญาติสามารถเข้ามายื่นเสนอร้องขอได้ที่สภาทนายความจังหวัดพัทลุง ตั้งอยู่ที่ศาลจังหวัดพัทลุง ได้ทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์
อย่างไรก็ตาม นายโกสินทร์กล่าวว่า ในส่วนของจังหวัดพัทลุงเคยมีคดีในลักษณะอย่างนี้ ผู้กระทำความผิดคือเยาวชนต่ำกว่า 18 ปี ซึ่งศาลเด็กและเยาวชนมีการตัดสินจำคุกนานถึง 30 ปี ทั้งนี้การพิจารณาคดีขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการก่อเหตุส่วนหนึ่งด้วย ในส่วนของการขอย้ายการพิจารณาคดีจากศาลเด็กและเยาวชน ทางสภาทนายความสามารถยื่นเรื่องให้ได้ แต่ต้องขึ้นอยู่ในความพิจารณาของศาล

