‘เสี่ยประดับยนต์’ แจ้งจับแก๊งแฮกบัญชี ลวงส่งหน้าบัตรปชช. กดเงินเฉียดล้าน

9.08.16 | 17:01 น.

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 9 สิงหาคม ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม และนายพันธ์สุธี มีลือกิจ อายุ 28 ปี ชาว จ.พระนครศรีอยุธยา เจ้าของร้านประดับยนต์ X-Bar Ayutthaya (เอ็กซ์บาร์ อยุธยา) เปิดขายผ่านทางเฟซบุ๊กเกี่ยวกับเครื่องประดับยนต์ เดินทางเข้าร้องทุกข์กับ ร.ต.อ.พงศกร เถาวัลย์ รองสว. (สอบสวน) กก.1 บก.ปอท. กรณีถูกกลุ่มคนร้ายถอนเงินจากบัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาพระนครศรีอยุธยา ไปจำนวน 986,700 บาท พร้อมนำเอกสารหลักฐาน อาทิ ภาพการสนทนากับคนร้าย ภาพกล้องวงจรปิด เป็นต้น มอบเป็นหลักฐาน

เสี่ย2

นายพันธ์สุธีกล่าวว่า เป็นพ่อค้าขายของเกี่ยวกับเครื่องประดับยนต์ผ่านทางเฟซบุ๊กมานานกว่า 5 ปี กระทั่งวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีเฟซบุ๊กชื่อ “วันชัย กบ ยาวิราช” ติดต่อสอบถามสินค้าและสั่งซื้อติดตั้งเครื่องประดับยนต์ 1 ชุด ราคา 48,000 บาท จากร้านเอ็กซ์บาร์ จึงได้ให้เลขบัญชีธนาคารกสิกร สาขาพระนครศรีอยุธยาไป แต่เฟซบุ๊กลูกค้าอ้างว่ากลัวโอนเงินแล้วไม่ได้สินค้า ต้องการให้ยืนยันตัวตน จึงส่งบัตรประชาชนให้ โดยปิดเลข 13 ตัวไว้ ต่อมาวันที่ 29 กรกฎาคม เฟซบุ๊กดังกล่าวอ้างว่าไม่สามารถโอนเงินให้อีก ต้องสมัคร Kcyber ของธนาคารกสิกรไทย เพื่อให้สะดวกสำหรับการโอนเงิน จึงตัดสินใจสมัคร จากนั้นเฟซบุ๊กดังกล่าวเงียบหายไป กระทั่งวันที่ 31 กรกฎาคม โทรศัพท์มือถือของตนโดนตัดสัญญาณ จึงโทรศัพท์สอบถามทางบริษัททรูมูฟ ทราบว่ามีบุคคลมาขอซิมใหม่แต่เบอร์เดิมที่ศูนย์บริการทรูมูฟภายในห้างสรรพสินค้า เมกะ บางนา จึงเดินทางไปสอบถามที่ห้างสรรพสินค้าดังกล่าว ทราบว่าคนร้ายอ้างทำกระเป๋าเงินและโทรศัพท์หาย พร้อมใช้เอกสารสำเนาบัตรประชาชนที่ทำการปลอมแปลงโดยเอาใบหน้าของคนร้ายแปะทับซ้อนรูปตน ส่วนเลขบัตรประชาชน 13 หลัก เป็นเลขของตนถูกต้อง จากนั้นเมื่อตรวจเช็กเงินในบัญชีทราบว่าหายไป 986,700 บาท เมื่อโทรศัพท์ไปสอบทาง call center ของธนาคารกสิกร ทางธนาคารแจ้งว่ามีบุคคลโทรศัพท์มาเพื่อทำการขอเปลี่ยนรหัส Kcyber จากการตรวจสอบพบว่ามีการกดเงินไป 20 กว่าครั้ง ครั้งละ 50,000-60,000 บาท ครั้งแรกที่ห้างสรรพสินค้าโลตัส บางนา และครั้งสุดท้ายที่ จ.เพชรบุรี

นายพันธ์สุธีกล่าวต่อว่า ได้ลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.เมืองพระนครศรีอยุธยา และประสานไปยังธนาคารกสิกรไทยและศูนย์บริการทรูมูฟ แต่ยังไม่ได้รับความคืบหน้า วันนี้จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานมาร้องทุกข์ และคาดว่ากลุ่มคนร้ายทำเป็นขบวนการมีไม่ต่ำกว่า 5 คน อยากให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ระมัดระวังการแสดงบัตรประชาชนต่อมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาให้ลักษณะลูกค้า

ร.ต.อ.พงศกรกล่าวว่า เบื้องต้นสอบปากคำผู้เสียหายไว้พร้อมเก็บเอกสารพยานหลักฐานส่งต่อให้ฝ่ายสืบสวน ก่อนจะรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วจะประสานไปยัง สภ.เมืองพระนครศรีอยุธยา หากทราบตัวจะเชิญมาสอบปากคำ หากพบผู้กระทำผิดจะนำตัวดำเนินคดีต่อไป

Advertisement

รายงานข่าวแจ้งว่า เลขบัญชีปลายทางที่พบเงินของผู้เสียหายโอนไป คือ นายสุรีไกร (สงวนนามสกุล) ชาว จ.กาญจนบุรี ส่วนผู้ติดต่อขอซิม ทราบชื่อนายสยาม (สงวนนามสกุล) ชาว จ.ราชบุรี