เบี้ยวจ่าย 35 ลูกจ้างกว่า 6 แสนบ.กองปราบรวบตัว

11.08.16 | 12:24 น.

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รอง ผบช.ก.รรท.ผบก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผกก.4 บก.ป. ร่วมกันจับกุมตัว นายพิเชษฐ คูคณารักษ์ประยูร อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2514/2558 ลงวันที่ 15 ธันวาคม 2558 ในข้อหา “ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นที่ผู้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิ์ใช้เพื่อใช้ประโยชน์ในการชำระสินค้า ค่าบริการหรือหรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสด หรือใช้เบิกถอนเงินสดโดยมิชอบในการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” โดยสามารถจับกุมได้ที่ซอยโยธินพัฒนา แขวงและเขตลาดพร้าว


พ.ต.อ.จรูญเกียรติกล่าวว่า สืบเนื่องจากมีผู้เสียหาย 35 คน มูลค่าความเสียหาย 600,000 บาท เดินทางเข้าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนว่าถูกนายพิเชษฐ หลอกให้เข้าทำงาน ซึ่งเป็นงานเกี่ยวกับการรับจัดงานกิจกรรมโรดโชว์ ออกบูธ งานอีเวนต์ โดยมีการเปิดรับสมัครในตำแหน่งต่างๆ อาทิ ประชาสัมพันธ์, ติวเตอร์ภาษาอังกฤษ คนขับรถ และทีมงานอื่นๆ ทั้งนี้ในแต่ละตำแหน่งก็จะได้เงินค่าจ้างแตกต่างกันไป โดยช่วงแรกนายพิเชษฐ ได้จ่ายค่าแรงตามปกติ แต่ต่อมากลับไม่ยอมจ่ายเงินให้มีบางรายได้เงินค่าจ้างมาเป็นเช็คธนาคารแต่ปรากฏว่า เมื่อนำเช็คไปขึ้นเงินกับธนาคารกลับไม่สามารถขึ้นเงินได้ นอกจากนี้ทางนายพิเชษฐ ยังอ้างกับทางพนักงานว่าผู้ว่าจ้างไม่จ่ายเงินให้กับบริษัท แต่ตรวจสอบพบว่ามีการจ่ายเงินมาแต่นายพิเชษฐไม่ยอมจ่ายเงินให้กับพนักงาน จากนั้นก็จะปิดบริษัทหนี และใช้วิธีรูปแบบเดิม ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่าเปิดบริษัทมาหลายชื่อ อาทิ บริษัท กรุ๊ปดี มีเดีย จำกัด, บริษัท พีดับบลิว ริช และ Megano Co,Ltd อย่างไรก็ตาม ชุดสืบสวนได้สืบทราบความเคลื่อนไหวของนายพิเชษฐ และจับกุมภายในบริเวณดังกล่าว

ด้านนายวีระพงษ์ สืบทายาท อายุ 27 ปี ติวเตอร์ภาษาอังกฤษ หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ได้ไปสมัครงานกับบริษัทของนายพิเชษฐ โดยมีการส่งประวัติส่วนตัวและประวัติการทำงานเข้าไปได้ 2 เดือน ทางบริษัทก็จ่ายเงินให้ตามปกติ แต่เดือนที่ 3 กลับไม่มีการจ่ายเงิน โดยเมื่อทวงถามไปนายพิเชษฐก็บ่ายเบี่ยงที่จะจ่าย อ้างว่ายังไม่ได้รับเงินจากลูกค้า ซึ่งตนก็เจรจามาโดยตลอด จนสุดท้ายนายพิเชษฐได้มีการสั่งจ่ายเช็คล่วงหน้า 3 เดือน แต่เมื่อนำไปขึ้นเงินปรากฏว่าไม่สามารถขึ้นเงินได้ จึงติดต่อไปสอบถามนายพิเชษฐ ก็ไม่ได้รับคำตอบ กรณีดังกล่าวพบความเสียหาย 6 แสนบาท ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่เชื่อว่ายังมีผู้เสียหายอีกจำนวนมากมูลค่านับล้าน จึงอยากจะขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่เคยตกเป็นเหยื่อของบริษัทดังกล่าว หรือเคยถูกนายพิเชษฐ หลอกสมัครงาน เข้ามาแจ้งความเพิ่มเติมได้ที่กองบังคับการปราบปราม อย่างไรก็ตาม ทางพนักงานสอบสวนจะนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.โชคชัยดำเนินคดีต่อไป