ตร.เช็กบิลคดีชุมนุมกว่า 170 คดี เร่งรวบรวมหลักฐานเอาผิดทำลายทรัพย์สินหน้า’ราบ11′

โฆษกบช.น. เผยเร่งรวบรวมหลักฐานเอาผิดผู้ชุมนุมทำลายทรัพย์สินหน้ากรมทหารราบที่ 11 ภาพรวมดำเนินคดีเกี่ยวกับการชุมนุมไปแล้วกว่า 170 คดี เป็นการชุมนุมในกรุงเทพฯ 110 คดี ส่งพนักงานอัยการแล้ว 21 คดี

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. โฆษก บช.น. พร้อม พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. ร่วมกันแถลงข่าวเกี่ยวกับการชุมนุมของกลุ่มเห็นต่างทางการเมือง

พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน มีการประกาศนัดหมายผ่านเพจแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม มีการนัดหมายการชุมนุมกันที่บริเวณหน้ากรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ บริเวณถนนวิภาวดี ในเวลาประมาณ 16.00 น. ต่อมามีการเปลี่ยนสถานที่จากกรมทหารราบที่ 1 เป็นกรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฯ ถนนพหลโยธิน แขวงและเขตบางเขน กรุงเทพฯ โดยมีการนัดหมายที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสวัดพระศรีมหาธาตุ โดยมีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนเดินทางมาบริเวณหน้าวัดพระศรีมหาธาตุ จากนั้นเวลา เคลื่อนตัวไปยังหน้ากรมทหารราบที่ 11 ทางผกก.สน.บางเขน จึงแจ้งให้ผู้ชุมนุมทราบเนื่องจากการชุมนุมไม่ได้มีการแจ้งการชุมนุมตามกฎหมาย โดยแจ้งให้ยุติการชุมนุมในเวลา 18.00 น. แต่ผู้ชุมนุมยังฝ่าฝืนชุมนุมต่อไม่ยอมเดินทางกลับจนถึงเวลา 22.00 น. ภายหลังเลิกชุมนุมตรวจสอบพบทรัพย์สินของทางราชการเสียหายหลายอย่าง เช่น รถตู้ตำรวจมีการพ่นสี ปล่อยลมยาง ทุบทำลายกระจกรวมกว่า 20 คัน บริเวณรั้วสวนหย่อมของกรุงเทพมหานครเสียหาย ผู้ชุมนุมได้นำสีมาสาดใส่เทราดบนพื้นหน้ากรมทหารราบที่ 11 ทั้งนี้ตำรวจประสานหน่วยที่เกี่ยวข้องให้สำรวจความเสียหายในแต่ละส่วนและให้แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดี โดยภาพรวมของการชุมนุมเมื่อวานพบว่าเข้าข่ายความผิดอย่างน้อย 2 ข้อหา คือ จัดการชุมนุมโดยผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ และทำให้เสียทรัพย์ซึ่งทรัพย์สินของทางราชการ ส่วนการปราศรัยของแกนนำ อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเข้าข่ายความผิดใดบ้าง

พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า นอกจากนี้ ตำรวจจับกุมนายวัชระ ศรีงาม หรือเจี๊ยบ อายุ 50 ปี หนึ่งในผู้ชุมนุมที่ไปทุบทำลาย และปล่อยลมยางรถตู้ตำรวจ สน.สายไหม ทะเบียน ฮษ 9647 ที่จอดอยู่ตรงป้ายรถประจำทางบริเวณใกล้กับจุดที่มีการชุมนุม ข้อหาทำให้เสียทรัพย์ เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงได้ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีเรียบร้อย ขณะที่ภาพรวมการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมตั้งแต่ที่มีการจัดการชุมนุมจนถึงปัจจุบัน มีการดำเนินคดีทั่วประเทศไปแล้วกว่า 170 คดี เฉพาะในกรุงเทพมหานคร 110 คดี ส่งสำนวนให้อัยการไปแล้ว 21 คดี ส่วนเกือบทั้งหมดอัยการมีความเห็นสั่งฟ้อง นอกจากนี้ยังมีคดีที่รอส่งให้อัยการอีก 4 คดี และคดีที่อยู่ระหว่างรอสอบสวนอีก 85 คดี อย่างไรก็ตาม ในช่วงบ่ายวันนี้ มีการประกาศรวมตัวชุมนุมที่ สน.ชนะสงคราม และ สน.ลุมพินี เพื่อให้กำลังใจแกนนำที่ถูกดำเนินคดี ซึ่งก็ยังไม่ได้มีการแจ้งจัดการชุมนุมแต่อย่างใด

ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า สำหรับความพร้อมดูแลการชุมนุมที่จะเกิดขึ้นช่วงบ่ายวันนี้ เบื้องต้นทราบว่า จะมีการไปให้กำลังใจกับกลุ่มคนที่ถูกออกหมายเรียกบริเวณ สน.ชนะสงคราม และสน.ลุมพินี อีกส่วนเป็นการประกาศรวมตัวที่บริเวณสวนลุมพินี ซึ่งจากรายงานของสถานีตำรวจท้องที่ ยังไม่มีการแจ้งการชุมนุมแต่อย่างใด ทั้งนี้ การแจ้งการชุมนุมนั้น ถือเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายในเบื้องต้น ตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ และเมื่อมีการแจ้งแล้วก็จะต้องป​ฏิบัติตามกฎหมายในส่วนอื่นด้วย นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงกรณีที่ตำรวจที่ไปปฏิบัติหน้าที่ตามสถานที่ต่างๆ ได้ใช้กำลังตามความจำเป็นและความเหมาะสม เพื่อให้เกิดความเรียบร้อยในบ้านเมือง ไม่ให้กระทบสิทธิของผู้อื่นที่ใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon