เปิดใจเรื่องสลด 1 ใน 2 เด็กหญิงเหยื่อรุมโทรม เครียดถูก ขู่เอาชีวิตจนต้องหยุดเรียน

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณีเรื่องราวชีวิตสุดแสนลำเค็ญของเด็กหญิงคนหนึ่ง ชื่อ น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี ถูกเปิดเผยโดยนายดุสิต กาชัย เลขานุการองค์กรพัฒนาสวัสดิการสังคม Asen Life (องค์กรสาธารณประโยชน์) ได้นำ น.ส.เอ และ ด.ญ.บี (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี พร้อมผู้ปกครอง เข้าขอความช่วยเหลือจากสื่อมวลชน เพื่อขอให้นำเสนอข่าวเด็กหญิง 2 คน ที่ถูกชายรุมโทรมถึง 11 คน ซึ่งเกิดเหตุขึ้นเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2558 และเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจตำบลบ้านโนนเหม่า อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ โดยเด็กหญิงทั้งสองคนยังอยู่ในอาการหวาดกลัว เนื่องจากมีการข่มขู่ตลอดเวลา อีกทั้งคดีไม่มีความคืบหน้า นอกจากนั้นยังมีการวิ่งเต้นเพื่อล้มคดี โดยในกลุ่ม 11 คนที่รุมข่มขืน มีลูกของผู้มีอิทธิพลรวมอยู่ด้วยหลายคน

น.ส.เอเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุขึ้นได้มี น.ส.ลม (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ชาว ต.บ้านเจียง อ.ภักดีชุมพล จ.ชัยภูมิ ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องมาชักชวนไปทานอาหารที่ร้านอาหารภายในหมู่บ้าน จากนั้นได้พูดจาหว่านล้อมต่างๆ นานา เพื่อขอให้ทั้ง 2 คนพาไปส่งที่บ้านของ น.ส.ลม เมื่อไปถึงบ้านหลังดังกล่าว ปรากฏว่าภายในบ้านพบชายฉกรรจ์จำนวน 11 คน ตั้งวงนั่งดื่มสุราอยู่ ตนทั้งสองเห็นท่าไม่ดีจึงเตรียมหันหลังกลับมาขึ้นรถจักรยานยนต์ แต่ถูกชายเหล่านั้นคว้าแขนแล้วดึงร่างเข้าไปภายในบ้าน ซึ่งทั้งสองได้ร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ แต่เนื่องจากบ้านหลังดังกล่าวอยู่ห่างไกลชุมชน จนไม่มีใครได้ยิน จากนั้นทั้งสองได้ถูกลากไปหลังบ้าน ซึ่งเป็นทุ่งนาและสลับกันมารุมข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ทุกคน

น.ส.เอเล่าด้วยอาการหวาดกลัวต่อว่า ตนไม่กล้าบอกพ่อแม่ เพราะ น.ส.ลมได้โทรศัพท์มาข่มขู่ตลอดเวลา แต่ในที่สุดตนกับเพื่อนทนการข่มขู่ไม่ได้อีกทั้งเกรงว่าจะเกิดการตั้งท้องขึ้นมา จึงตัดสินใจบอกผู้ปกครองและเข้าแจ้งความเพื่อขอให้ติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี โดยตนทั้งสองได้นำพยานหลักฐาน ตลอดจนใบรับรองแพทย์ มายืนยันต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่คดีไม่มีความคืบหน้า และที่สำคัญกลับถูกข่มขู่หนัก จนทั้งสองไม่กล้าไปเรียนหนังสือ

ปัจจุบัน น.ส.เออาศัยอยู่อยู่บ้านไม่มีเลขที่ในบ้านคลองจันลา ต.บ้านเจียง อ.ภักดีชุมพล จ.ชัยภูมิ ซึ่งภายในบ้านหลังเก่า สภาพทรุดโทรม ไม่มีไฟฟ้าใช้ กลางคืนต้องอาศัยแสงสว่างจากตะเกียงน้ำมันและเทียนไข โดยพระที่วัดบริจาคมาให้ ต้องทำหน้าที่เป็นแม่บ้านคอยเลี้ยงดูแม่ที่พิการเป็นอัมพาต เนื่องจากเส้นเลือดในสมองแตกช่วยเหลือตนเองไม่ได้ อีกทั้งต้องคอยดูแลน้องชายอีก 1 คน วัย 5 ขวบ ไปพร้อมๆ กัน ซึ่งทุกเช้าหลังจากที่ทำภารกิจในบ้านเสร็จเรียบร้อย ก็จะออกจากบ้านเพื่อเข้าไปหาเก็บเห็ด และหน่อไม้ในป่าท้ายบ้าน เพื่อนำกลับมาประกอบอาหารในช่วงมื้อค่ำ และช่วงที่แม่นอนหลับพักผ่อนในแต่ละวันก็จะปลีกเวลาเพื่อไปรับจ้างทั่วไป ส่วนพ่อต้องออกไปขายแรงงานในเมือง รายได้จากการทำงานเฉลี่ยวันละ 100-200 บาทเท่านั้น

ที่ผ่านมา น.ส.เอได้เข้าขอความช่วยเหลือองค์กรต่างๆ แต่จนถึงขณะนี้ล่วงเลยมานานกว่า 1 ปี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แต่เพียงแจ้งว่ายังอยู่ในระหว่างการพิจารณา ปัจจุบัน น.ส.เอได้ยุติการเรียน เนื่องจากปัญหารุมเร้ามากเกินกว่าที่จะหาทางออกได้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สุดทางฝัน’ไอบ้า’? เมื่อ’มืออาชีพ’จอดป้ายใน’รีโอเกมส์’
บทความถัดไป‘ณัฐวุฒิ’จวกท่าทีบางคนในรัฐบาล-กลุ่มการเมือง ใช้ความเชื่อส่วนตัวสร้างความหวาดระแวง