สันธนะ-เสี่ยโป้ แจงปมร้องดาราฯแอบอ้างรับบริจาคเตรียมแจ้งกองปราบเอาผิด

13.12.20 | 16:12 น.

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 13 ธันวาคม ที่ สโมสรราชพฤกษ์ นายสันธนะ ประยูรรัตน์ พร้อมนายเสี่ยโป้ โป้อานนท์ ร่วมแถลงกรณีนายสันธนะ ยื่นหนังสือร้องเรียนถึง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ให้ตรวจสอบพฤติการณ์ของดารานักแสดงรายหนึ่ง ที่ขอรับบริจาคเงินซื้อเสื้อสีชมพู ของโรงพยาบาลศิริราช เพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตัวโดยมิชอบ พร้อมมีเอกสารหลักฐานประกอบการแถลงข่าวจำนวน 8 แผ่น โดยก่อนการแถลงข่าว นายสันธนะ ต่อสายโทรศัพท์ถึงดารานักแสดงคนดังกล่าว เพื่อสอบถามว่าจะมาร่วมแถลงข่าวด้วยหรือไม่ แต่ไม่รับสาย


จากนั้นเสี่ยโป้ ชี้แจงไล่เรียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เรื่องราวเกิดจากตนไปเจอดารานักแสดง ในงานๆหนึ่งบอกว่าจะให้เงิน 20 ล้าน เพื่อให้พาคนที่อยากร่วมรับเสด็จมาให้เยอะที่สุดใครไม่มีเงิน ไม่มีค่ารถ ให้มาเอาเงินเพราะอยากให้คนมาร่วมงานแต่เหตุการณ์ผ่านไปกว่าครึ่งเดือนดาราคนดังกล่าว โทรมาอยากนัดเจอ เพื่อคุยเรื่องเสื้อสีชมพูและเจอกันที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ย่านบางแค บอกขอเงินบริจาค 10 ล้าน เพื่อนำไปซื้อเสื้อชมพู ซึ่งตนตกลงและถามสาเหตุว่าทำไมไม่ใส่เสื้อเหลือง เขาบอกเสื้อเหลืองเป็นเรื่องการเมืองสื่อถึงผู้นำประเทศเขาบอกว่าไม่ชอบ และอยากให้เสื้อชมพูสื่อถึงสัญลักษณ์ของสถาบันเห็นว่ามีอุดมการณ์ตรงกันและเงิน 10 ล้านไม่ได้เยอะมาก

ต่อมาเป็นจังหวะเดียวกับที่ตนโดนคดีข้อหาพยายามฆ่า จึงแจ้งดารานักแสดงคนดังกล่าวว่า ไม่สามารถออกนอกประเทศไปเซ็นเอกสารทำธุรกรรมได้การเงินอาจจะขัดข้องจึงโทรไปยืม “ซ้อ” 10 ล้านบาท ซึ่งซ้อถามสาเหตุว่าทำไมจึงยืม เอาไปทำบุญกับใคร ซ้อก็บอกว่ามีให้ 2 ล้าน ตนจึงโทรกลับไปหาดาราคนดังกล่าวว่าช่วยได้ 2 ล้าน และนัดแนะวันโอนเงินกัน ซึ่งวันที่จะต้องโอนเงิน ตนไปเที่ยวจ.กระบี่ มีเลขาเป็นคนรับสายแทน เลขาก็คุยว่าหากโอนไม่ตรงเวลาจะเสียเครดิต ตนจึงรีบโทรหาซ้อให้รีบโอนเงินมาให้ ไปๆ มาๆ ซ้อบอกให้โทรไปหารองต่อ รองต่อก็ทักท้วงว่า ทำบุญแบบนี้ตรวจสอบหรือยัง จากนั้นรองต่อ ก็ขอเบอร์ดารานักแสดงไปคุยกันเอง หลังจากวันนั้นก็ไม่ได้พูดคุยกับทั้งดาราฯและรองต่ออีก

เสี่ยโป้ กล่าวอีกว่าตนเคยโอนเงินให้ไป 1 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือน้ำท่วมก็หวังในใจลึกๆ ว่าเขาจะไม่มีพฤติการณ์แอบอ้าง ตนมีอุดมการณ์ ทำบุญด้วยใจ ไม่เคยได้ผลประโยชน์จากการบริจาค และไม่เคยทำธุรกิจในประเทศไทย ถึงจะเป็นนักพนัน แต่ก็ไปเล่นที่ต่างประเทศ ซึ่งมันถูกกฎหมาย และเอาเงินมาบริจาค ทั้งนี้ตนยอมตายเป็นหมาข้างถนน ดีกว่าไปเอาเงินทำบุญมากิน อย่างไรก็ตามฝากไปบอกพี่เขาว่าหากไม่ผิด ก็ให้รองต่อเขาตรวจสอบ เพราะเขามีเอกสารครบถ้วน

Advertisement

ด้านนายสันธนะ กล่าวว่าเมื่อ 23 พฤศจิกายน พยายามโทรไปหาดาราที่ถูกพูดถึง 3 สาย แต่ไม่มีใครรับสาย ต่อมา 25 พฤศจิกายน เป็นวันที่นัดโอนเงิน 2 ล้านบาท ดาราคนดังกล่าว โทรกลับมาก็ซักถามถึงที่มาที่ไป ว่าจะเอาเงินไปทำอะไร เขาบอกว่าให้โอนเงินให้เขา 2 ล้านบาท สมทบทุน รพ.ศิริราช เมื่อฟังว่าให้โอนเข้าบัญชีส่วนตัว จึงถามว่าทำไมต้องผ่านบัญชีแต่เขาตอบไม่ได้ ตนจึงขอกลับมาตรวจสอบก่อน และยังไม่มีการโอนเงินให้ พร้อมยังติงว่าการโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัว อาจจะเป็นข้อครหาได้เขาก็บอกว่าเสี่ยโป้ รับปากกับผู้ใหญ่ไว้ จะต้องโอนเงินมา คำพูดเป็นเชิงให้เข้าใจว่าเหมือนเสี่ยโป้ ติดหนี้เขาพร้อมยืนยันว่าหากเป็นการโอนเงินเข้าบัญชีของมูลนิธิ รพ.ศิริราช ทันทีจะไม่ติดใจแบบนี้

ต่อมาวันที่  3 ธันวาคม ทำหนังสือไปที่ รพ.ศิริราช ว่ามีโครงการจัดทำเสื้อชมพู พร้อมตราสัญลักษณ์ หรือไม่ ทาง รพ.แจ้งมาว่า มีนายแพทย์รายหนึ่งที่เป็นประธานดำเนินการโครงการ จึงมีหนังสือไปสอบถาม นายแพทย์ก็มีหนังสือตอบกลับมา มีใจความโครงการดังกล่าวเป็นโครงการบริจาคเงินสมทบทุนอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา โดยคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยลัยมหิดล เป็นผู้เสนอโครงการ ระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน – 31 ธันวาคม 2563 และการบริจาคต้องโอนเงินบริจาคเข้าบัญชีศิริราชมูลนิธิ ธนาคารกรุงเทพ และในส่วนของดารานั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินการโครงการนี้

ต่อมาดาราคนดังกล่าว ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก ว่าตนกับนายนิรันดร เป็นคนกลาง และสั่งเสื้อไว้ 3 แสนตัว ทั้งๆ ที่นายแพทย์แจ้งว่ามีการบริจาคเงินเข้ามูลนิธิรพ.ศิริราช ไปก่อน 12 ล้านบาท และเบิกเสื้อมา 2.4 แสนตัว อยากถามว่าดาราที่ถูกกล่าวถึง ไปเอาเสื้อมาจากไหน ตกลงไปจ้างสำเพ็งทำมาค้ากำไรหรือไม่ ทั้งนี้เข้าใจว่าเสี่ยโป้เป็น “นักบุญ ทุนพนัน” แต่ดาราคนดังกล่าว เป็น “นักบุญ ทุนชาวบ้าน”

อย่างไรก็ตามจะรอฟังเขาชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กภายในคืนนี้ หากไม่ชี้แจ้งวันที่ 14 ธันวาคม เวลา 10.30 น. จะไปกองบังคับการปราบปราม พร้อมกับเสี่ยโป้ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับดารานักแสดง ข้อหาฉ้อโกง และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ให้ตำรวจสืบสวนสอบสวนถึงที่มาที่ไปการรับบริจาคต่อไป